กู้ชิงเข้าใจความหมายของประโยคนี้
กฎแห่งกระบี่หยวนฉีจิงบำเพ็ญเพียรจนมีสภาวะสูงส่งสะเทือนฟ้าดิน อีกทั้งยังเป็นศิษย์พี่ของท่านเจ้าสำนัก สถานะของยอดเขาซั่งเต๋อในชิงซานมีความพิเศษอย่างมาก
แต่ยอดเขาซั่งเต๋อในคำพูดประโยคนี้มิได้หมายถึงยอดเขาซั่งเต๋อในเวลานี้ หากแต่หมายถึงยอดเขาซั่งเต๋อเมื่อนานมาแล้ว
ตอนนั้นเจ้าแห่งยอดเขาคือนักพรตไท่ผิง
ชิงซานในตอนนี้เดิมทีก็เป็นสายสืบทอดของนักพรตไท่ผิง
เจ้าสำนักและหยวนฉีจิงล้วนแต่เป็นศิษย์ของเขา กระทั่งยอดเขาเสินม่อที่กู้ชิงอยู่ก็น่าจะถือว่าอยู่ในสายสืบทอดของเขาด้วย
เพราะนักพรตจิ่งหยางเป็นศิษย์น้องของนักพรตไท่ผิง
ยังมีคำบอกเล่าอีกอย่างว่านักพรตไท่ผิงคอยสั่งสอนวิชาแทนอาจารย์ เรียกได้ว่าเป็นทั้งศิษย์พี่และเป็นอาจารย์ของนักพรตจิ่งหยาง
นักพรตจิ่งหยางเป็นผู้ยิ่งใหญ่ระดับไหน แล้วคนที่นักพรตไท่ผิงรับเป็นศิษย์อันดับที่สี่ต่อจากท่านเจ้าสำนักและหยวนฉีจิงจะเป็นเพียงคนธรรมดาได้อย่างไร?
สิ่งที่ยิ่งทำให้เขาไม่เข้าใจก็คือในเมื่อฟางจิ่งเทียนมิใช่คนธรรมดา เหตุใดในช่วงเวลาหลายร้อยปีมานี้ถึงได้ทำตัวธรรมดาถึงเพียงนี้?
กู้ชิงไม่เหมือนเจ้าล่าเยวี่ยที่ล่วงรู้เรื่องราวมากมาย คาดเดาเรื่องราวต่างๆ ได้มากมาย ดังนั้นเมื่อคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก เขาจึงทำได้เพียงไม่ไปคิดถึงมันอีก
กระทั่งมอง เขาก็ยังไม่กล้ามองฟางจิ่งเทียนมากนัก
ยอดคนอย่างฟางจิ่งเทียน จะต้องรับรู้ได้ถึงการขับเคลื่อนของลมป