ล้หมอกอันหนาวเย็นได้ เพราะไม่มีใครรู้ว่าหากทำแบบนั้น จิตที่อยู่ทางเหนือสายนั้นจะคุ้มคลั่งขึ้นมาอีกหรือเปล่า
ผู้บำเพ็ญพรตที่เข้าร่วมการประลองวิถีพรตยังมีสภาวะต่ำต้อย น่าจะไม่ถูกสิ่งนั้นมองเป็นภัยคุกคาม กลับกลายจะมีความปลอดภัยมากกว่า
วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการประลองวิถีพรตในปีนี้ก็คือการใช้ให้ผู้บำเพ็ญพรตหนุ่มสาวเหล่านี้เข้าไปตรวจดูสถานการณ์ภายในที่ราบหิมะ
ผู้บำเพ็ญพรตหนุ่มสาวจำนวนร้อยกว่าคนปรากฏตัวบนที่ราบหิมะ คล้ายกับจุดดำ จากนั้นค่อยๆ รวมตัวกัน กลายเป็นกลุ่มเล็กยี่สิบเอ็ดกลุ่ม
เหล่าผู้บำเพ็ญพรตหนุ่มสาวควบคุมความเร็วอย่างระมัดระวัง รักษาระยะห่างจากขอบของหมอกอันหนาวเย็นเอาไว้ ค่อยๆ เดินทางขึ้นไปทางเหนือตามหมอกอันหนาวเย็นที่ถอยร่นกลับไป
การประลองวิถีพรตครั้งนี้ นอกจากสังหารสัตว์ประหลาดแคว้นเสวี่ยแล้ว ขอเพียงสามารถเก็บร่างผู้ที่เข้าร่วมการประลองครั้งก่อนหรือว่าอาวุธวิเศษที่สำคัญกลับมาได้ ก็จะได้รับการเติมดอกเหมยลงไปบนภาพวาดในเรือนซีซาน
ไม่มีใครคาดหวังว่าจะได้เจอผู้รอดชีวิต เพราะหมอกสายนี้เย็นยะเยือกเป็นยิ่งนัก ถึงแม้จะอยู่ห่างกันหลายลี้ก็ยังรับรู้ได้ถึงความน่ากลัวของมันอย่างชัดเจน แล้วจะมีชีวิตอยู่ภายในหมอกอันเย็นยะเยือกเช่นนี้ได้นานถึงหกปีได้อย่างไร?
เดินทางขึ้นเหนือไปหลายวัน เหล่าผู้บำเพ็ญพรตหนุ่มสาวที่เข้าร่วมการประลองวิถีพรตไม่พบสัตว์ประหลาดแคว้นเสวี่ยที่ยังมีชีวิตอยู่ พวกเขาพบแ