ย่างมาก คิดไม่ถึงว่าจะตกอยู่ในมือของปู้เหล่าหลิน
บัณฑิตชราส่งยาสีแดงเม็ดหนึ่งให้
หลิ่วสือซุ่ยรับเอายามา หยิบเอาถ้วยน้ำที่อยู่บนโต๊ะมากินยา ปรับลมปราณเล็กน้อยสลายตัวยา ก่อนจะมองบัณฑิตชราพลางยิ้มขอบคุณ
ในอดีตบัณฑิตชราแห่งเรือนอี้เหมาผู้นี้กับเว่ยเฉิงจึแห่งสำนักจงโจวได้พาตัวเขามาจากในหมู่บ้าน
ตอนนี้เว่ยเฉิงจึได้ตายไปหลายปีแล้ว บัณฑิตชรากลายเป็นคนรู้จักเพียงคนเดียวของเขาในปู้เหล่าหลิน
บัณฑิตชราถอนหายใจพลางกล่าว “นิสัยอย่างเจ้า ช้าเร็วก็ต้องถูกพบเข้า”
หลิ่วสือซุ่ยรู้ว่าเขาหมายถึงเรื่องใด จึงเกาศีรษะพลางกล่าว “รู้ว่าไม่ควรยุ่ง แต่ร่างกายมันควบคุมไม่ได้”
บัณฑิตชรากล่าวว่า “หลายปีก่อนจับเจ้ามา ดูเหมือนจะตัดสินใจถูกต้อง คนอย่างเจ้าไม่ควรจะเดินไปมาบนโลก”
หลิ่วสือซุ่ยถามอย่างใคร่รู้ “ในสายตาของท่าน ข้าเป็นคนแบบไหน?”
บัณฑิตชรากล่าว “เอาเป็นว่าไม่ควรจะเป็นคนของปู้เหล่าหลิน”
หลิ่วสือซุ่ยกล่าว “ในปู้เหล่าหลินมีผู้อาวุโสอย่างท่าน เช่นนั้นจะมีคนแบบไหนมันก็ไม่แปลก”
สถานที่อย่างเรือนอี้เหมา กลับมีนักฆ่าของปู้เหล่าหลินอยู่ นั่นย่อมต้องมีเรื่องราวความเป็นมาให้บอกเล่าอย่างแน่นอน
ในถ้ำไม่มีสุรา บัณฑิตชราเองก็ไม่มีอารมณ์จะมานั่งเล่าเรื่อง เขาสั่งกำชับสองสามประโยคก่อนจากไป
หลังจากนั้นสิบกว่าวัน อาการบาดเจ็บของหลิ่วสือซุ่ยดีขึ้น เขาเปิดผนึกปิดกั้นเดินออกมานอกถ้ำ มองเห็นหมู่เขาเขียวขจี ในใจครุ่นคิดว่าที่นี่ค