ชั้นเมฆที่อยู่เบื้องล่างของหน้าผาบนยอดเขาเทียนกวงถูกแสงอาทิตย์สาดส่อง ดูไปก็คล้ายกับที่ราบหิมะ
เจ้าล่าเยวี่ยยืนอยู่ริมผา สายตามองดูทิวทัศน์เบื้องล่าง ในใจพลันรู้สึกอยากจะไปเมืองไป๋เฉิง แต่หลังจากนั้นก็สะกดความคิดนี้เอาไว้ในใจ
เสียงถอนหายใจเสียงหนึ่งดังขึ้น
นางหมุนตัวกลับไป มองดูร่างกายที่สูงใหญ่ร่างนั้น คารวะพลางกล่าว “คารวะท่านเจ้าสำนัก”
เจ้าสำนักยืนอยู่หน้าป้ายหิน สองมือไพล่หลังมองดูมันพลางกล่าวว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้ามายังยอดเขาเทียนกวงสินะ?”
สายตาเจ้าล่าเยวี่ยมองตามขึ้นไป ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ปลอกกระบี่ปลอกนั้น นางพยายามสะกดความรู้สึกตกตะลึงภายในใจ กล่าวออกมาเสียงเบาๆ ว่า “ใช่”
“ตอนนั้นเมื่อคิดถึงว่าแม้นเจ้าจะเป็นผู้สืบทอดของอาจารย์อาเล็ก แต่อายุเจ้ายังน้อย หลายๆ เรื่องเอาไว้ค่อยๆ บอกเจ้าก็น่าจะไม่เป็นไร แต่ตอนนี้ดูแล้วการทำแบบนี้กลับไม่ค่อยเหมาะเท่าไร เพราะก่อนที่เจ้าจะทำอะไร คล้ายจะไม่เคยชินกับการถามความเห็นของผู้อื่น”
เจ้าสำนักหมุนตัวกลับมา เดินมายืนอยู่ข้างนาง มองลงไปยังทะเลเมฆที่อยู่เบื้องล่าง
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “กระบี่แบกสวรรค์เป็นเพียงแค่ปลอกกระบี่? เรื่องแบบนี้ต่อให้ข้าถามออกมามันก็ไม่มีความหมาย”
เจ้าสำนักกล่าวว่า “สิ่งที่เรียกว่าความลับเช่นนี้ มันไม่มีความหมายอะไรจริงๆ นั่นแหละ วันนี้ที่ข้าเชิญเจ้ามา ก็เพื่อจะถามเรื่องการตายของลั่วไหวหนาน”