หมอกหนาวเย็นปกคลุมที่ราบหิมะ งานประลองวิถีพรตไม่อาจดำเนินได้ งานชุมนุมเหมยฮุ่ยก็ย่อมไม่มีทางจัดขึ้นได้
วันที่งานชุมนุมเหมยฮุ่ยเริ่มขึ้น ก็หมายความว่าหมอกหนาวเย็นได้สลายไปแล้ว
เด็กหนุ่มแซ่หยวนเข้าใจความหมายของเขา แล้วก็คล้ายคาดเดาได้ว่าพวกเขาไปทำเรื่องอะไรมา จึงกล่าวอย่างไม่ค่อยสบายใจว่า “ข้าไม่มีทางพูดกับทางนั้น”
กู้ชิงยิ้มพลางลูบศีรษะเขา มิได้กล่าวกระไร
เด็กหนุ่มแซ่หยวนคิดถึงเรื่องนี้ จึงกล่าวอย่างทอดถอนใจ “คิดไม่ถึงว่าจะเป็นหลิ่วสือซุ่ย ที่แท้เขาก็ไม่เคยลืมอาจารย์อาจิ๋ง”
“ข้าเคยบอกแล้ว เขาต่างหากที่เป็นศิษย์พี่ใหญ่ของยอดเขาเสินม่อ”
กู้ชิงกล่าวกับเขาว่า “นอกจากนี้บอกทางนั้นให้ช่วยดูหมู่บ้านให้ด้วย ข้าไม่อยากให้อาจารย์ต้องโมโหหลังกลับมา”
เด็กหนุ่มแซ่หยวนรู้สึกปวดหัว กล่าวว่า “ท่านแน่ใจหรือว่าทางนั้นจะช่วยพวกเรา?”
กู้ชิงมิได้กล่าวกระไร เขาเดินไปยังป่าที่อยู่ด้านล่างหน้าผา
สถานที่เขาจะเก็บตัวบำเพ็ญเพียรมิใช่ถ้ำ หากแต่เป็นกระท่อมในป่าที่เขาเคยพักอาศัยอยู่เป็นเวลานานหลังนั้น
เหล่าวานรที่อยู่ในป่าส่งเสียงร้องขึ้นมา แสดงออกถึงการต้อนรับเขา
กู้ชิงนิ่งเงียบไม่กล่าวกระไร
ในอดีตหลิ่วสือซุ่ยแอบกินตานปีศาจ ทำให้เกิดอาการผิดปกติจนถูกยอดเขาซั่งเต๋อขังเอาไว้ในคุกสะกดมาร ถูกลงโทษตลอดทั้งวันทั้งคืน ดูแล้วจะต้องเกิดเรื่องแน่นอน