ก
ลมพัดขึ้นแผ่วเบา ในที่สุดเจ้ากรมชิงเทียนก็เดินทางมาถึง เขาเดินเข้ามาด้านหลังเหรินเชียนจู๋ กล่าวเสียงเบาๆ สองสามประโยค
เหรินเชียนจู๋หรี่ตาลงเล็กน้อย แรงกดดันที่แผ่ออกมาแผ่วเบาลงไปเล็กน้อย
ศิษย์สำนักจงโจวและเหล่าเจ้าหน้าที่ของกรมชิงเทียนเองก็รีบตามเข้ามา ก่อนจะทราบถึงต้นสายปลายเหตุของเรื่องนี้
— ในงานประมูลของหอเจินชี่เมื่อคืนนี้มีการประมูลหญ้าสามพิสุทธิ์
ทั่วทั้งโลกบำเพ็ญพรตต่างทราบดีว่าเจ้าล่าเยวี่ยต้องการหญ้าสามพิสุทธิ์เพื่อใช้ในการบรรลุเข้าสู่ขั้นคเนจร เช่นนั้นการที่นางปรากฏตัวอยู่ที่นี่ก็ย่อมเป็นเรื่องสมควร
สำนักชิงซานตามหาหญ้าสามพิสุทธิ์มาหลายวันแล้ว
“ไม่ว่าเรื่องใดก็ล้วนแต่ต้องมีลำดับก่อนหลัง”
กู้ชิงกล่าวเสียงราบเรียบ “สิ่งที่ผู้อาวุโสควรจะถามก็คือเหตุใดเมื่อคืนนี้ ศิษย์พี่ลั่วไหวหนานถึงได้มาปรากฏตัวอยู่ที่เมืองนี้พอดี มิใช่พวกข้า”
คำพูดประโยคนี้ฟังดูมีเหตุผล แล้วก็ไม่มีเหตุผล
เพราะลั่วไหวหนานตายไปแล้ว เขาไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้
“เช่นนั้นเจตน์กระบี่ของชิงซานสายนั้นจะอธิบายอย่างไร?”
เหรินเชียนจู๋เก็บอารมณ์ แต่ยังคงจ้องมองดวงตาของเจ้าล่าเยวี่ย พร้อมที่จะปล่อยการโจมตีที่รวดเร็วและรุนแรงดุจสายฟ้าออกไปทุกเมื่อ
เขาเป็นยอดฝีมือที่บรรลุสถาวะขั้นแปรจิตระดับสูงสุดแล้ว ไม่ว่าพรสวรรค์ของเจ้าล่าเยวี่ยจะสูงส่งเพียงใด ก็มีแต่ต้องตายเท่านั้น
ศิษย์สำนักจงโจวเหล่านั้นก็มองขึ้นไปยังยอดหอ สายตา