องเจ้าล่าเยวี่ยที่อยู่ด้านบนพลางถาม สายตาเย็นยะเยือกจนถึงขีดสุด
ยามจึชูคือเวลาที่ศิษย์สำนักเป่ยซีที่เฝ้าอยู่ด้านนอกยืนยันมา แล้วก็เป็นช่วงเวลาที่ทั้งเมืองกุ้ยอวิ๋นได้ยินเสียงดังสนั่น
แล้วก็เป็นช่วงเวลาตายของลั่วไหวหนาน
เจ้าล่าเยวี่ยมิได้กล่าวกระไร
“ท่านมาขอความช่วยเหลือหรือว่ามาสอบปากคำ?”
กู้ชิงสืบเท้าไปด้านหน้าหนึ่งก้าว มายังริมรั้วพลางกล่าวว่า “หากเป็นอย่างแรก บางทีพวกข้าอาจจะให้ความร่วมมือได้ แต่หากเป็นอย่างหลัง ท่านมีสิทธิ์อะไรมาถามเช่นนั้น?”
เหรินเชียนจู๋มิได้สนใจเขา หากแต่จ้องมองเจ้าล่าเยวี่ย พลางกล่าวเสียงทุ้มต่ำ “ในบรรดาคนร้ายที่ัสังหารศิษย์หลานลั่วได้ทิ้งเจตน์กระบี่ของชิงซานเอาไว้ เจ้าจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไร?”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ผู้บำเพ็ญพรตที่อยู่ภายในหอและเหล่าผู้ดูแลหอเจินชี่พลันตกตะลึงเป็นอย่างมาก ในใจครุ่นคิดว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
“เจ้ากับสำนักจงโจวของข้ามีความแค้นต่อกัน แล้วเจ้ายังมาอยู่ในเมืองเล็กๆ แห่งนี้อย่างพอดิบพอดีอีก ข้าย่อมต้องมาถามเจ้าแน่นอน”
เหรินเชียนจู๋จ้องมองเจ้าล่าเยวี่ยพลางตะคอกเสียงดัง “เจ้าตอบไม่ได้หรือว่าไม่กล้าตอบ? อย่าคิดนะว่าเจ้าเป็นเจ้าแห่งยอดเขาของชิงซานแล้วข้าจะไม่กล้าทำอะไร!”
ผู้บำเพ็ญพรตที่เข้าร่วมการประมูลอยากจะอธิบายว่าเหตุใดเจ้าล่าเยวี่ยถึงมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ แต่เมื่ออยู่ภายใต้แรงกดดันของผู้อาวุโสขั้นแปรจิต พวกเขากลับพูดอะไรไม่ออ