รินเชียนจู๋ส่งเสียงเหอะ สะบัดแขนเสื้อสองข้างด้วยความโกรธ
จางอี๋อ้ายยากที่รั้งต่อไปได้ จำต้องหลีกทางอย่างจนปัญญา
ร่างกายของเหรินเชียนจู๋พลันหายไปจากตำแหน่งที่เขายืนอยู่แต่เดิม
……
……
หลังจากนั้นไม่กี่อึดใจ
ภายในหอเจินชี่ที่อยู่ห่างออกมาสิบลี้มีลมสายหนึ่งพัดขึ้นมา
ร่างกายของเหรินเชียนจู๋ปรากฏขึ้น เขามองขึ้นไปด้านบนพร้อมตะโกนเสียงดังว่า “เจ้าล่าเยวี่ยออกมา!”
เสียงตะโกนนี้ดังสนั่นราวสายฟ้าฟาด เป็นเวลานานก็ยังไม่หยุดลง
ภายในหอเกิดเป็นลมคุ้มคลั่ง เสาคานส่งเสียงดังออดแอด ป้ายด้านหน้าร่วงตกลงมา ฝุ่นควันคละคลุ้ง ราวกับจะถล่มลงมาอย่างไรอย่างนั้น
เจ้าแห่งหอเจินชี่เพิ่งจะเดินทางมาถึงที่นี่ในช่วงรุ่งสาง และกำลังปวดหัวกับเรื่องนี้อยู่ เมื่อพบว่ามีคนมาก่อความวุ่นวาย เขาจึงโมโหถึงขีดสุด สะบัดแขนเสื้อเดินมายังริมรั้ว จากนั้นมองลงมายังเบื้องล่าง ทันทีที่เห็นเหรินเชียนจู๋ สีหน้าเขาพลันแปรเปลี่ยน รีบคุกเข่าลงไปกับพื้นทันที
ผู้บำเพ็ญพรตคนอื่นๆ เห็นภาพเหตุการณ์นี้ จึงคาดเดาได้ถึงสถานะของชายชราผู้นี้ สีหน้าเผยให้เห็นถึงความหวาดกลัว รีบทำการคารวะพลางหลีกทาง จากนั้นมองขึ้นไปยังด้านบนหอ
ชั้นบนสุดของหอมีเสียงเปิดประตูดังขึ้น
เจ้าล่าเยวี่ยก้าวออกมา กู้ชิงเดินตามอยู่ด้านหลังนาง
นางเดินมาริมรั้ว สายตามองลงมายังผู้อาวุโสของสำนักจงโจวผู้นั้น สีหน้าเฉยชา
……
……
“เมื่อคืนยามจึชู[1] เจ้าอยู่ที่ไหน?”
เหรินเชียนจู๋จ้องม