ดต่อไปได้หรือ?
“น่าจะเป็นหญ้าสามใบ อาจารย์เซียนอาจจะเขียนผิดไปตัวหนึ่ง”
ปราชญ์ชราผมขาวผู้หนึ่งพลิกหนังสือในมือที่เก่าจนเป็นสีเหลือง น้ำเสียงฟังดูมั่นใจ กล่าวว่า “ในบันทึกยาเทียนหนานมีจดเอาไว้”
“สิ่งที่บันทึกอยู่ในบันทึกยาไร้ค่าแบบนั้นจะไปเชื่อถือได้อย่างไร?”
ปราชญ์อีกคนหนึ่งกล่าวขึ้นมา “หลายปีมานี้มีของล้ำค่ามากมายเท่าไรผ่านมือพวกเรา? เจ้าลองดูสิ คนตั้งมากมายในหอนี้มีใครเคยเห็นมันบ้าง? กระทั่งได้ยินก็ยังไม่เคยได้ยินเลย”
เมื่อได้ยินเสียงถกเถียงเหล่านี้ สีหน้าของเจ้าแห่งเรือนเป่าซู่ดูแย่ขึ้นมาเล็กน้อย เขาเดินไปยังโต๊ะ มองภาพวาดภาพนั้นพลางกล่าวว่า “ดูมิได้มีอะไรพิเศษเลย เหตุใดถึงไม่คุ้นตา?”
บนภาพนั้นมีหญ้ากอหนึ่ง แบ่งออกเป็นสามใบ สีเขียวสดใสราวมรกต
ปราชญ์ผู้นั้นกล่าวด้วยใบหน้าลำบากใจ “ก็เพราะดูแล้วธรรมดาเกินไป จึงแยกแยะได้ยาก อาจจะมิใช่หญ้าสามใบจริงๆ ก็ได้”
เจ้าแห่งเรือนเป่าซู่กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ข้าไม่สนว่ามันจะเป็นอะไร จะเป็นจะตายยังไงก็ต้องหามาให้ได้ มิเช่นนั้นต่อให้มีชีวิตอยู่ ข้าก็อยากตายอยู่ดี”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เสียงถกเถียงพลันเงียบหายไปทันที เหล่าปราชญ์เริ่มพลิกดูบันทึกอีกครั้ง บางคนขมวดคิ้วครุ่นคิดอย่างหนัก ด้วยหวังว่าจะหาเบาะแสบางอย่างเจอ
ภายในห้องแปรเปลี่ยนเป็นเงียบสงัด ได้ยินเพียงเสียงพลิกหนังสือ
เวลาค่อยๆ เคลื่อนผ่านไป ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร จู่ๆ พลันมีเสียงดี