ลมบนยอดเขาค่อนข้างเย็น แต่มิได้มีเสียงหวีดหวิว
เหล่าวานรที่อยู่ในป่าด้านล่างหน้าผาก็เงียบเสียงไปแล้ว
สงบเงียบไร้ซุ่มเสียง
กู้ชิงนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนกล่าวว่า “ฆ่าลำบาก บางทีคงต้องรอซักอีกหลายปี”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “พวกเรารุดหน้า เขาเองก็รุดหน้า หากต้องรอถึงตอนที่ฆ่าได้ค่อยฆ่า เช่นนั้นต้องรออีกกี่ปี?”
กู้ชิงกล่าว “ข้าเคยคำนวณดู ร้อยปีแรกข้าไม่มีความหวังใดๆ แต่ถ้าข้าสามารถบรรลุเข้าสู่ขั้นแหวกทะเลได้ ร้อยปีหลังน่าจะมีโอกาส”
น้ำเสียงของเขาราบเรียบ แต่กลับมีความรู้สึกแน่วแน่ที่ทำให้รู้สึกหวั่นไหว
ถึงแม้นจะเป็นผู้บำเพ็ญพรตที่มีอายุขัยยืนยาวกว่าคนธรรมดา แต่จะมีใครบ้างที่วางแผนเตรียมการทำเรื่องเรื่องหนึ่งยาวนานเป็นร้อยปี?
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “ข้าเองก็เคยคำนวณเหมือนกัน เร็วที่สุดก็ต้องรอหลังจากนี้อีกห้าปี ข้าถึงจะมีโอกาสก้าวข้ามเขา”
สามปีบวกห้าปีก็คือแปดปี
นางไม่รู้เรื่องที่จิ๋งจิ่วเคยวิจารณ์ตัวเองตอนที่อยู่ในถ้ำอันหนาวเย็นเมื่อสามปีก่อน ไม่อย่างนั้นนางจะต้องได้ใจเป็นแน่ — ตอนนั้นจิ๋งจิ่วบอกไป๋เจ่าว่าเจ้าล่าเยวี่ยใช้เวลาอีกเพียงสิบปีก็จะสามารถก้าวข้ามลั่วไหวหนานได้ ดังนั้นเขาจึงเตรียมจะใช้กระบี่มิคำนึงส่งข้อความถึงนาง ให้นางสังหารลั่วไหวหนานหลังผ่านไปสิบปี
กู้ชิงกล่าว “เซียนล้างแค้น ร้อยปีไม่สาย”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “ข้าเป็นผู้หญิง”
กู้ชิงยิ้มเจื่อนมิกล่าวกระไร
“ยิ่งไปกว่านั้นถ้าเขาไม่ตาย