จะเป็นเรื่องยากอย่างมาก”
เจ้ากรมชิงเทียนกล่าว
เหอกั๋วกงมองไปทางเจ้าสำนักคนหลุนและหนานว่าง พลางกล่าวถามว่า “เข้าไปด้านในอีกหน่อยได้ไหม?”
มิทันที่เจ้าสำนักคุนหลุนและหนานว่างจะตอบ เจ้ากรมชิงเทียนพลันส่ายศีรษะ ก่อนกล่าวว่า “ลมที่อยู่ด้านบนที่ราบหิมะก็ได้รับอิทธิพลจากหมอกแปลกๆ นี้ มันพัดรุนแรงขึ้นกว่าปกติ เรือวิเศษของแต่ละสำนักไม่สามารถรั้งอยู่ได้นาน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่จะเข้าไปลึกขึ้นเลยขอรับ”
แสงสีแดงอันอบอุ่นลอดผ่านรั้วเข้ามา ทะลุหน้าต่าง ตกกระทบลงไปบนตัวของเจ้าสำนักและผู้อาวุโสแต่ละคน ทว่าพวกเขากลับมิได้รู้สึกถึงความอบอุ่นใดๆ พวกเขารู้สึกได้เพียงแค่ความหนาวเย็น
หมู่เขาแห่งนั้นที่อยู่ไกลออกไปหลายหมื่นลี้ ดูแล้วคงจะหนาวเย็นกว่านี้หลายเท่า
หากไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ อย่างนั้นศิษย์ที่เข้าไปยังส่วนลึกของหมู่เขาจะทำอย่างไร?
โดยเฉพาะกลุ่มของลั่วไหวหนานและถงหลู พวกเขาเดินไปไกลมากแล้ว
เจ้ากรมชิงเทียนก้มหน้ามองดูของวิเศษ ก่อนจะกล่าวกับทุกคนว่า “ไต้ซือตู้ไห่ได้เข้าไปแล้ว”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ สีหน้าของผู้อาวุโสสำนักจงโจวดีขึ้นเล็กน้อย หัวหน้าอารามหลี่ว์ถังของวัดกั่วเฉิงลงมือช่วยเหลือด้วยตัวเอง อย่างน้อยก็น่าจะช่วยออกมาได้สักสามสี่คน
เหอกั๋วกงกล่าว “เจ้าสำนักเฟิงเตากับผู้บัญชาการกองทัพเจิ้นเป่ยได้รับแจ้งแล้ว เวลานี้กำลังมุ่งหน้าเข้าไปด้านใน”
“ต้องเร็วหน่อย มิเช่นนั้นข้ากังวลว่าพวกเขาเอง