สร็จเรียบร้อยขอรับ”
เหอกั๋วกงเงยหน้าขึ้นมาทันที ถามว่า “เท่าไร?”
เจ้ากรมชิงเทียนกล่าว “สี่สิบสามคน ตัวเลขอาจจะเพิ่มขึ้นอีกขอรับ”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ภายในห้องพลันเงียบลงทันที บรรยากาศยิ่งตึงเครียด
จริงอยู่ที่การประลองวิถีพรตในงานชุมนุมเหมยฮุ่ยนั้นอันตราย แต่มันเคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเมื่อไรกัน?
ในรุ่งเช้าเพียงวันเดียว มีผู้เข้าร่วมการประลองเสียชีวิตไปสี่สิบกว่าคน!
ถึงแม้ผู้เข้าร่วมการประลองเหล่านั้นจะอายุยังน้อย สภาวะก็มิได้สูงส่ง แต่ก็ล้วนเป็นศิษย์อัจฉริยะที่แต่ละสำนักเฝ้าเลี้ยงดูฟูมฟักเป็นอย่างดี เรียกได้ว่าเป็นอนาคตของโลกแห่งการบำเพ็ญพรต
ความสูญเสียเช่นนี้ ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ล้วนแต่เรียกได้ว่าโหดร้ายทารุณ
เหอกั๋วกงสูดหายใจลึกๆ กล่าวว่า “โชคดีที่ฉานจึเตือนได้ทันเวลา มิเช่นนั้นคนที่ต้องตายอยู่ในหมอกครั้งนี้คงมีจำนวนมากกว่านี้เป็นแน่”
เจ้าอาวาสสำนักฌานเป่าทงกล่าวเสียงคร่ำเครียดเล็กน้อยว่า “หมอกนี้มันคืออะไรกันแน่? เหตุใดถึงได้แปลกประหลาดถึงเพียงนี้ ได้ยินว่าหมอกวันนี้หนาวเย็นยิ่งกว่าเมื่อหลายวันก่อนเสียอีก?”
“ถูกต้อง ยิ่งไปกว่านั้นหมอกในวันนี้ยังมีขนาดใหญ่อย่างมาก มิได้มีทีท่าว่าจะสลายไป หากคิดจะหาคนให้ครบทุกคน คงจะเป็นเรื่องยากอย่างมาก”
เจ้ากรมชิงเทียนกล่าว
เหอกั๋วกงมองไปทางเจ้าสำนักคนหลุนและหนานว่าง พลางกล่าวถามว่า “เข้าไปด้านในอีกหน่อยได้ไหม?”
มิทันที่เจ้าสำนักคุนหลุนและห