ัวเองไปแล้ว”
“เจ้าเลยมายังโลกปุถุชน?”
“ก่อนนี้เขามักจะพูดบ่อยๆ เมื่อมายังโลกปุถุชน ก็ต้องมาดูพระอาทิตย์ เวลาของข้าเหลือไม่มากแล้ว ก็เลยอยากจะมาดูเสียหน่อย”
“อย่างนี้นี่เอง ข้าเองก็แปลกใจ เพราะข้าจำได้ว่าเจ้าดีดพิณไม่เป็น เหตุใดจึงไปร่วมประลองในงานชุมนุมเหมยฮุ่ย ดูเหมือนสมณะทองคำเองก็ไม่กล้าบอกว่าเจ้าดีดไม่ดีเหมือนกัน”
“ใช่ ข้าไม่เคยร่วมประลองในงานชุมนุมเหมยฮุ่ย”
“ไม่ เจ้าเคยเข้าร่วม ในงานชุมนุมเหมยฮุ่ยครานั้น หากมิเป็นเพราะเจ้ายื่นมือช่วยเหลือข้า อาศัยเพียงสภาวะของข้าในเวลานั้น จะไปสังหารหนอนหิมะระดับราชาตัวนั้นได้อย่างไร”
กั้วตงรู้สึกไม่ชินที่ถูกอีกฝ่ายใช้คำพูดแสดงความรู้สึกขอบคุณเช่นนี้พูดถึงเรื่องราวในอดีต นางหมุนตัวเดินออกมาจากหน้าพระพุทธรูป มายืนอยู่หน้าธรณีประตู สายตามองออกไปยังที่ราบหิมะ
“ครั้งนั้นเจ้าไม่ได้คำนวณถึงหนอนตัวนั้น ครั้งนี้มีโอกาสที่เจ้าจะคำนวณผิดไหม?”
เหตุใดเจ้าถึงต้องสนใจเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้?”
การประลองวิถีพรตคือเวทีสำหรับเหล่าอัจฉริยะหนุ่มสาว สำหรับโลกแห่งการบำเพ็ญพรตแล้วย่อมต้องเป็นเรื่องใหญ่
แต่คนผู้นั้นรู้ดี สำหรับกั้วตงแล้ว เรื่องเหล่านี้ล้วนแต่เป็นเรื่องเล็ก
“ศิษย์ของจิ่งหยางอยู่ด้านใน ถึงแม้ข้าจะไม่ชอบเขา แต่ก็ไม่อยากให้เขาตาย”
“เหตุใดเจ้าถึงไม่ชอบเขา?”
“งามเกินไป”
กั้วตงเดินกลับมาหน้าพระพุทธรูป หยิบเอาอาสนะออกมาจากใต้โต๊ะอันหนึ่ง ก่อนจะนั่งขัดสมาธิลงไ