คนที่พูดคือศิษย์ของสำนักคุนหลุนคนหนึ่ง ในช่วงครึ่งแรกของการประลองวิถีพรต ผลงานของเขาถือว่าไม่เลว ผลปรากฏว่าหลังจากมาเจอคนกลุ่มนี้ เขาถูกทำให้เสียเวลาไปสองวัน ตอนนี้หากจะทำผลงานให้เข้าไปอยู่ในอันดับแรกๆ เกรงว่าคงเป็นเรื่องยากแล้ว เขาย่อมต้องรู้สึกโมโห
คำพูดของเขาเป็นคำพูดในใจของใครหลายๆ คน เพียงแต่ไม่มีใครที่จะพูดออกมาตรงๆ เหมือนอย่างเขา
ศิษย์ชิงซานทั้งเก้าคนรวมไปถึงเยาซงซานมองไปทางคนผู้นี้ สายตาแหลมคมดุจกระบี่
ศิษย์คุนหลุนผู้นี้พลันคิดถึงคำพูดติดปากของสำนักชิงซานประโยคนั้นขึ้นมา
เขารู้สึกว่าสายตาเหล่านี้เย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่าลมที่อยู่ในหุบเขาเสียอีก จึงหุบปากลงทันที
“คิดจะใช้อำนาจบาตรใหญ่รังแกคนอื่นอย่างนั้นหรือ?”
ศิษย์สำนักกระบี่ซีไห่สองคนเดินออกมาจากในกลุ่ม กล่าวว่า “หรือว่าศิษย์คุนหลุนผู้นี้พูดผิด?”
เยาซงซานหรี่ตา เสื้อผ้ากระตุกเล็กน้อย เตรียมจะปล่อยเจตน์กระบี่ออกไป ศิษย์ชิงซานคนอื่นเองก็เตรียมพร้อมที่จะปล่อยกระบี่ออกไปเหมือนกัน นี่มิใช่การใช้อำนาจบาตรใหญ่รังแกคนอื่น แล้วก็มิใช่เวลามานั่งถกเถียงเรื่องเหตุผล ถึงแม้พวกเขาจะไม่เห็นด้วยกับจิ๋งจิ่ว แต่ศิษย์สำนักอื่นมากล่าวลบหลู่อาจารย์ พวกเขาจะทนได้อย่างไร?
ในเวลานี่ ไป๋เจ่าเอ่ยปากขึ้นมา
นางมองจิ๋งจิ่วพลางกล่าว “ทางเรือนซีซานตอบกลับมา พวกเขาปฏิเสธคำขอของเจ้า น้ำเสียงจริงจังเป็นอย่างมาก หลังจบการประลองแล้วอาจจะมีปัญหาได้”
หากกล่าวอย่