างรักษาน้ำใจ พฤติกรรมของจิ๋งจิ่วถือว่าสร้างความวุ่นวาย หากกล่าวอย่างแรงๆ ก็คือเขาจงใจทำลายงานชุมนุมที่จัดขึ้นหลายปีครั้งของโลกแห่งการบำเพ็ญพรต
ต่อให้เขาได้ที่หนึ่งในการประลองวิถีพรต หลังจากนี้ก็คงจะถูกลงโทษอย่างหนัก
ไป๋เจ่าคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าจิ๋งจิ่วคิดจะพาคนมากมายขนาดนี้ออกไปจากที่ราบหิมะ
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอันตรายที่ไม่อาจทราบได้ มิใช่ออกไปเผชิญหน้าด้วยกัน หากแต่หลบหนีอย่างนั้นหรือ?
ช่างเป็นคนที่แตกต่างจากศิษย์พี่โดยสิ้นเชิง
ตามหลักแล้ว ไป๋เจ่าควรจะดูถูกพฤติกรรมเช่นนี้ แต่นางมักจะรู้สึกว่าจิ๋งจิ่วมิใช่คนแบบนี้ ดังนั้นนางจึงเพียงแต่สงสัย ยังคงรู้สึกสับสนต่อไป
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้ารู้ว่าพวกเขาไม่มีทางเห็นด้วย เพราะข้าไม่มีหลักฐาน มีเพียงความรู้สึก จึงแค่ลองถามดูเท่านั้น”
ศิษย์สำนักกระบี่ซีไห่ผู้นั้นกล่าวเสียงเบาว่า “พูดจาเลอะเลือนเช่นนี้ หรือพวกเรายังจะฟังต่อไปอีก?”
ครั้นกล่าวจบ เขาก็เก็บซองกระบี่ พาสหายร่วมสำนักเดินเข้าไปในหุบเขา
มีศิษย์หลายคนลุกขึ้นตามไป เมื่อคิดถึงว่าถูกถ่วงเวลาอย่างไร้เหตุผลเป็นเวลาหลายวันขนาดนี้ หลายคนจึงอดเหลือบมองไปทางจิ๋งจิ่วไม่ได้ในตอนที่เดินจากไป
ต่อให้ไม่กล้าด่าอะไรเจ้า แต่มองเจ้าคงจะไม่มีปัญหาใช่ไหม?
จิ๋งจิ่วคล้ายรับรู้ไม่ได้ถึงความหมายที่อยู่ในสายตาเหล่านี้่ เขากล่าวว่า “ศิษย์ชิงซานฟังคำสั่ง”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าของเหล่าผู้บำเพ็ญพรตหนุ่มสาวที่อยู่ใ