คน?”
“ข้าย่อมหมายถึงเทพดาบ”
“เจ้าคิดผิดแล้ว ข้าเพียงแค่ค่อนข้างถนัดในการตัดขาดสรรพสิ่งเท่านั้น”
“เช่นนั้นเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าควรจะตัดจากตรงไหน?”
“ทุกสรรพสิ่งล้วนแต่มีจุดอ่อนของมันอยู่ สายตาข้าเฉียบคม สังเกตดูเพียงไม่กี่วันก็มองเห็นแล้ว”
ช่วงสองสามวันที่ผ่านมาจิ๋งจิ่วมักจะเอาด้วงน้อยตัวนั้นออกมาดู ซึ่งนั่นก็คือการสังเกต
ถึงแม้มันจะยังเป็นแค่ลูกด้วงที่ยังไม่พัฒนา แต่เขาก็ยังสามารถมองเห็นอะไรที่อยากเห็นได้หลายอย่าง
ไป๋เจ่าพลันถามว่า “เจ้าบรรลุสสภาวะมิประจักษ์ขั้นสูง?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ขั้นต้น”
มิประจักษ์คือสภาวะของชิงซาน หากแบ่งตามสำนักจงโจว มิประจักษ์ขั้นต้นก็จะเท่ากับเพิ่งจะบรรลุขั้นจินตัน สภาวะเช่นนี้จะสังหารอสูรขาหิมะจำนวนมากขนาดนั้นภายในคืนเดียวได้อย่างไร?
ไป๋เจ่าไม่เชื่อเขา
จิ๋งจิ่วกล่าว “บางทีวิถีกระบี่ที่ข้าฝึกอาจจะค่อนข้างเหมาะกับการทำเรื่องแบบนี้กระมัง”
ไป๋เจ่ากล่าว “เจ้าค้นพบมันเมื่อไร?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ในคืนนั้น”
เขาพูดจริงๆ มิได้ล้อเล่น
เขาค้นพบมันในคืนนั้นจริงๆ เขาสังหารอสูรขาหิมะไปจำนวนมากขนาดนั้น ถึงได้รู้ว่าตนเองถนัด หรือพูดอีกอย่างก็คือเหมาะที่จะทำเรื่องแบบนี้
สำหรับเขาแล้ว การโจมตีของอสูรขาหิมะช้าเกินไป อีกทั้งเลือดพิษที่ผู้บำเพ็ญพรตรู้สึกว่าน่ารำคาญที่สุดเหล่าก็มิอาจทำอะไรเขาได้
สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ หมอกหนาทึบที่หนาวเย็นจนถึงขีดสุดนั้นถือเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับ