เหอจานเดินออกมาจากเรือน
ความสามารถและพรสวรรค์ของเขาไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมาก อีกทั้งเขายังเคยคว้าอันดับสองในการประลองวาดภาพของงานชุมนุมเหมยฮุ่ยมาแล้วด้วย แต่เป็นเพราะเหตุผลบางอย่าง เขาจึงมิได้เข้าร่วมการประลองวิถีพรตในปีนี้
เจ้าสำนักคุนหลุนมองเขา พลางกล่าวเสียงเย็นชา “ถือว่าเจ้ายังมีประโยชน์”
หนานว่างกล่าว “วาดให้สวยล่ะ”
เหอจานยิ้มพร้อมคารวะ ก่อนจะเดินไปยืนอยู่ด้านหน้าภาพนั้น รับเอาเอกสารจากในมือจิตรกรมาแล้วก้มหน้ามองดู
เขาพอจะคาดเดาอะไรบางอย่างได้แล้ว แต่พอมองดูตัวหนังสือที่เขียนอยู่บนเอกสาร เขาก็ยังรู้สึกมึนงงอยู่บ้าง บนใบหน้ามีรอยยิ้มเจื่อนๆ ปรากฏขึ้นมา ในใจครุ่นคิดว่ามิน่าถึงวาดยาก
เขามองดูภาพนั้นพลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรับเอาพู่กันมาจากมือของจิตรกรแล้วจุ่มไปบนชาดแดง ข้อมือขยับเล็กน้อย ตวัดวาดลงไปบนผืนภาพ
แปะๆๆๆ เสียงที่ฟังดูแน่นขนัดดังขึ้น คล้ายว่าฝนกำลังตกลงมา
สีแดงเหล่านั้นแต่งแต้มลงไปบนกระดาษขาวเป็นจุดๆ ดวงๆ ราวกับหยาดฝน
ทุกคนต่างรู้สึกตกใจ ในใจครุ่นคิดว่าเหอจานกำลังทำอะไรอยู่?
เหอจานมิได้สนใจ เขาเปลี่ยนพู่กันเป็นด้ามที่มีขนละเอียดขึ้น จุ่มหมึกดำขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะวาดต่ออย่างตั้งใจ
เส้นสีดำเส้นหนึ่งปรากฏขึ้นระหว่างจุดสีแดงที่กระจัดกระจายเต็มกระดาษ
เส้นสีดำเรียวเล็กเป็นยิ่งนัก แล้วก็จางเป็นยิ่งนัก หากไม่ตั้งใจดูก็อาจจะมองไม่ออก
ทุกคนจึงค่อยๆ เข้าใจแล้วว่าเขากำลังทำอ