อินชิงมั่วและอีกสองคนตะลึงลาน พวกเขารีบขี่อาวุธวิเศษพุ่งออกไป
พวกเขาไปถึงที่นั่นด้วยความเร็วที่เร็วที่สุด จิ๋งจิ่วมาถึงแล้ว
ไต้อิ๋นนอนอยู่บนพื้นหิมะ ลมหายใจขาดไปแล้ว บนใบหน้าถูกวัตถุแหลมคมบางอย่างกรีดเป็นรอยแผลหลายแผล เลือดและเนื้อผสมกันจนดูเละเทะ ดูแล้วน่าสยดสยองเป็นยิ่งนัก
เชือกมรกตเส้นนั้นขาดกระจุยเป็นชิ้นๆ ตกกระจายอยู่รอบตัวเขา บริเวณนั้นมีรูสีดำที่เล็กมากรูหนึ่ง ความลึกของมันไม่รู้ว่าลึกเท่าไร
เงาดำเล็กๆ นั้นน่าจะหลบหนีไปยังใต้ดินผ่านทางรูดำนี้ ความเร็วรวดเร็วเป็นอย่างมาก กระทั่งจิตจำแนกของจิ๋งจิ่วก็ตามจับไม่ทัน
ลมหนาวหวีดหวิว พัดพาเอาเกล็ดหิมะตกลงมาบนใบหน้าของพวกเขา เหน็บหนาวเยียบเย็น เงียบสงัดวังเวง
ก่อนที่จะเข้าร่วมการประลองวิถีพรต พวกเขาต่างได้เรียนรู้ความรู้ที่เกี่ยวข้องมาแล้ว จึงมั่นใจว่าขอเพียงมิได้เข้าไปยังใจกลางของที่ราบหิมะ ก็น่าจะไม่เจอสัตว์ประหลาดที่แข็งแกร่งอะไร เจ้าสิ่งที่พุ่งออกมาจากเปลือกของอสูรขาหิมะตัวนั้น ไม่ว่าดูยังไงก็เป็นทิงเอ่อร์ เหตุใดมันกลับร้ายกาจถึงเพียงนี้ กระทั่งอาวุธวิเศษของสำนักคุนหลุนก็ยังไม่อาจทำอะไรมันได้ ในทางกลับกัน กลับถูกมันฉีกกระชากจนเป็นชิ้นๆ?
ภายในใจของอินชิงมั่วและอีกสองคนที่เหลือเกิดความรู้สึกไม่สบายใจและความหวาดกลัวขึ้นมาอย่างรุนแรง ทันใดนั้นพวกเขาเหลือบมองไปทางจิ๋งจิ่ว
จิ๋งจิ่วมองดูศพที่อยู่บนพื้นหิมะอย่างเงียบๆ ก่อนจะมั่นใจแล้วว่าเ