หตุใดคนผู้นั้นถึงตอนการให้ตนเองเข้าร่วมการประลองวิถีพรตบนที่ราบหิมะ
ก็เหมือนกับที่เขาเคยคุยกับเจ้าล่าเยวี่ย ความเป็นความตายของที่นี่เยอะที่สุด
อย่างน้อยนี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่ง
……
……
เมืองเจาเกอหลังเข้าสู่ฤดูร้อนก็ค่อยๆ ร้อนอบอ้าวขึ้นเรื่อยๆ แต่เหล่าผู้บำเพ็ญพรตในเรือนซีซานกลับมิได้กังวลถึงปัญหานี้
ชื่นชมภาพดอกเหมยภายใต้ระเบียงทางเดินท่ามกลางสายลมเย็นสบายที่ข่ายพลังเรียกมา แล้วจะไปรู้สึกร้อนได้อย่างไร?
เวลาเคลื่อนผ่านไป ดอกเหมยในภาพวาดเหล่านั้นก็ยิ่งมีจำนวนเยอะขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดเสียงอุทานชื่นชมเป็นจำนวนมาก
ภาพแต่ละภาพหมายถึงผู้บำเพ็ญพรตที่เข้าร่วมการประลองวิถีพรต เนื่องเพราะวิถีและนิสัยที่แตกต่างกัน ภาพที่ปรากฏออกมาย่อมต้องไม่เหมือนกัน
บนภาพของลั่วไหวหนาน ดอกเหมยบานสะพรั่งมากที่สุด บนภาพของถงหลู ดอกเหมยมีจำนวนเยอะที่สุด
ถึงแม้จะเป็นภาพดอกเหมยเล็กๆ ที่เบ่งบานอยู่สองสามดอก ดูแล้วค่อนข้างน่าสงสาร แต่ก็ยังมองเห็นถึงจิตใจที่ไม่ยอมแพ้ของพวกเขา
มีเพียงภาพนั้นภาพเดียวที่ยังคงว่างเปล่า
เสียงระฆังดังขึ้น เหล่าผู้บำเพ็ญพรตงุนงงเล็กน้อย ก่อนจะเข้าใจความหมายทันที จากนั้นเดินออกไปนอกระเบียง ถอยออกไปอยู่ในศาลาในภูเขาเหล่านั้น
มีคนสำคัญเข้าไปชมภาพวาดเหล่านั้น พวกเขาจึงจำเป็นต้องถอยออกมาก่อน
ผู้บำเพ็ญพรตยืนอยู่ในป่า มองดูคนหลายคนที่ปรากฏตัวตะคุ่มๆ อยู่ใต้ทางเดิน พวกเขาส่งเสียงพูดคุยกันขึ้นมา สงสัยว่