ในดินแดนทางเหนืออันห่างไกล ตรงฝั่งทะเลมั่วไห่มีหมู่ขุนเขาแห่งหนึ่งโผล่ขึ้นมาจากที่ราบหิมะ ไร้ซึ่งคนอยู่อาศัย รกร้างเปล่าเปลี่ยวเป็นยิ่งนัก
หมู่เขาที่ว่านั้น ความจริงแล้วระยะห่างระหว่างยอดเขาแต่ละยอดเขาล้วนแต่ห่างไกลกันอย่างมาก มองไปแล้วคล้ายกับด้วงที่มุดขึ้นมาจากแป้ง
ที่ราบหิมะเป็นสีขาว แต่ภูเขากลับเป็นสีดำ เฉดสีมีอยู่เฉดเดียว มองดูนานๆ แล้วรู้สึกไม่ค่อยสบายตา
ว่ากันว่าในอดีตที่นี่คือจุดกำเนิดของสำนักว่านซง ภายหลังถูกคลื่นอสูรจำนวนมหาศาลบุกทำลาย ไม่เหลือเศษซากร่องรอยใดๆ
ที่นี่อยู่ใกล้ชายแดนของแคว้นเสวี่ย แม้นจะเป็นฤดูร้อน แต่อากาศยังคงหนาวเย็นอย่างมาก
โดยเฉพาะสายลมอันรุนแรงเหนือชั้นเมฆบนท้องฟ้าที่หนาวเหน็บดุจคมมีด ไม่ว่าจะขี่กระบี่หรือขี่อาวุธวิเศษก็ล้วนแต่ไม่อาจรั้งอยู่บนท้องฟ้าได้นานนัก รถลากบินที่สามารถสกัดกั้นความหนาวเย็นได้ก็ไม่สามารถนำมาใช้ได้ เนื่องจากความเร็วที่ค่อนข้างช้า จึงอันตรายเกินไป มีแต่ต้องใช้สุดยอดอาวุธวิเศษของสำนักบำเพ็ญพรตใหญ่ๆ ถึงจะสามารถเดินทางไปมาได้อย่างอิสระ
หากมีผู้บำเพ็ญพรตบินไปมาอยู่บนท้องฟ้าหรือว่าไปอยู่บนยอดเขาโดดเดี่ยวที่สูงที่สุดทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือลูกนั้น จากนั้นมองไปทางทิศเหนือ ก็จะสามารถมองเห็นว่าบนที่ราบหิมะรัศมีขนาดพันลี้นั้นมีคลื่นอากาศกระเพื่อมขึ้นมาเป็นระยะๆ โดยเฉพาะบริเวณรอบๆ ภูเขาสีดำเหล่านั้น ทุกๆ ขณะหนึ่งจะสามารถมองเห็นสายลมอันรุนแรงฉ