าจะไม่สนใจข่าวลือเหล่านี้ แต่เมื่อคิดถึงสถานะในอดีตของเขา ก็สามารถเข้าใจได้ว่าทำไมเขาถึงเขียนจดหมายฉบับนี้มา
ความจริงแล้ว หัวหน้าอารามหลี่ว์ถังก็รู้สึกสนใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมากเช่นเดียวกัน
หลายปีก่อนเขาเป็นตัวแทนวัดกั่วเฉิงไปชมงานชุมนุมเฉิงเจี้ยนของสำนักชิงซาน เวลานั้นเขาไม่ค่อยเข้าใจ เหตุใจฉานจึจึงสนใจพิธีเข้าสำนักของศิษย์ธรรมดาผู้นี้ถึงขนาดนี้
ภายหลังเกิดข้อถกเถียงต่างๆ มากมายเกี่ยวกับความเป็นมาของจิ๋งจิ่ว เขาจึงอดคิดขึ้นมาไม่ได้ว่าหรือจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้?
แต่ไหนแต่ไรมา สถานะของผู้สืบทอดที่ส่งไปสู่โลกปุถุชนของวัดกั่วเฉิงล้วนเป็นความลับสุดยอด นอกจากเจ้าอาวาสและฉานจึแล้วก็ไม่มีผู้ใดทราบได้ ตัวเขาเองก็ทำได้เพียงคาดเดาเท่านั้น
“ข้าจะตอบจดหมายกลับไป ยังมีเรื่องอื่นอีกไหม?”
ฉานจึยังคงมิได้ให้คำตอบที่ชัดเจน
หัวหน้าอารามหลี่ว์ถังมองดูจดหมายบางๆ ในมือเขาแผ่นนั้น พลางกล่าวว่า “การประลองวิถีพรตครั้งนี้จัดขึ้นในภูเขาหิมะว่านซงที่อยู่ทางเหนือของทะเลมั่วไห่ อยู่ห่างไกลจากกองทัพเจิ้นเป่ยและศิษย์พี่เฉามากนัก หากเกิดเรื่องขึ้นเกรงว่าจะช่วยไม่ทัน ถึงแม้นจะบอกว่าเดิมทีการประลองนี้เป็นการทดสอบพลังแฝงของพวกเขาในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย แต่….เราคอยแอบดูแลนิดหน่อยดีหรือไม่ขอรับ?”
คำพูดนี้ของเขามิได้ระบุชัดว่าหมายถึงใคร แต่เห็นได้ชัดว่าเขาพูดถึงคนบางคนที่อยู่ในจดหมาย
ฉานจึครุ่นคิด กล่าวว่า “ศั