เมื่อได้ยินหนานว่างกล่าวเช่นนี้ เหอกั๋วกงและคนอื่นๆ ต่างรู้สึกจนปัญญาเป็นอย่างมาก ในใจครุ่นคิดที่แท้สำนักชิงซานไม่ใช่แค่พูดจาดุร้ายได้เท่านั้น แต่ยังพูดจาแปลกๆ เก่งมากอีกด้วย
หัวหน้าอารามหลี่ว์ถังแห่งวัดกั่วเฉิงเห็นบรรยากาศค่อนข้างกระอักกระอ่วน จึงกล่าวเตือนไปสองสามประโยค
เหอกั๋วกงเอามือค้ำที่พักแขนบนเก้าอี้ ขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นพลางกล่าวเสียงเบาว่า “คงไม่ใช่ว่าจะเปิดศึกกันเพราะเรื่องนี้ใช่ไหม?”
หนานว่างขมวดคิ้วเล็กน้อย กล่าวว่า “แล้วทำไมจะไม่ได้?”
หากเปลี่ยนเป็นสำนักบำเพ็ญพรตสำนักอื่น ต่อให้เจอกับเหตุการณ์เหมือนอย่างวันนี้ก็ไม่มีทางที่จะเปิดศึกสุ่มสี่สุ่มห้าแน่นอน เพราะอีกฝ่ายนั้นคือสำนักจงโจว
ทั่วทั้งแผ่นดินนี้ มีเพียงสำนักชิงซานเท่านั้นที่มีคุณสมบัติและนิสัยเช่นนี้ พวกเขาอาจจะเลือกเปิดศึกขึ้นมาจริงๆ ก็เป็นได้
บรรยากาศภายในห้องแปรเปลี่ยนเป็นตึงเครียดขึ้นมาอีกครั้ง
เหอกั๋วกงรีบกล่าวว่า “แต่ฉานจึเองก็กล่าวไว้แล้วว่าเจ้ายอดเขาชิงหรงจะต้องเข้าใจแน่นอน ถึงแม้คนที่ลงมือจะเป็นเว่ยเฉิงจึ แต่นี่ไม่ใช่เจตนาของสำนักจงโจวทั้งสำนักอย่างเด็ดขาด”
หนานว่างส่งเสียงเหอะออกมาทีหนึ่ง มิได้กล่าวกระไร ศิษย์ชิงซานที่เหลือเองก็นิ่งเงียบมิกล่าวกระไร
ฉานจึกล่าวถูกต้อง
สำนักชิงซานไม่คิดว่าการลอบสังหารเจ้าล่าเยวี่ยนั้นจะเป็นความต้องการของสำนักจงโจว เพราะนี่มิได้มีประโยชน์อันใดต่อสำนักจงโจว
เจ้าล่าเยวี่ยเป็น