จิ๋งจิ่วยืนอยู่ริมหน้าต่าง ในมือถือถ้วยชาเอาไว้ สายตามองไปยังชายหลังคาวัดไท่ฉางที่ปรากฏตะคุ่มๆ อยู่ไกลๆ นิ่งเงียบมิกล่าวกระไร
ชาในถ้วยเย็นชืดไปแล้ว
เขามิได้ชื่นชอบชา เพียงแต่ลองถือถ้วยเหมือนคนธรรมดา ด้วยคิดอยากจะใช้วิธีนี้มาช่วยให้ตนเองเข้าใจคนธรรมดาเหล่านั้น
เขากำลังคิดถึงการชดเชยของสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ย และคำพูดของเด็กสาวผู้นั้นก่อนที่จะจากมา
สุดท้ายเขาก็ยังคิดไม่เข้าใจ จึงส่ายศีรษะ
เรื่องราวเป็นแบบนี้แล้ว สิ่งที่ต้องทำหลังจากนี้ก็คือเดินต่อไปข้างหน้า เหตุใดต้องเหลียวกลับไปถามสาเหตุด้วย?
ต่อให้รู้เรื่องอดีตของเจ้า ประสบการณ์ความรู้สึกที่ผ่านมาและความผิดพลาดที่เผลอทำผิดเป็นบางครั้ง แล้วมันจะมีประโยชน์อันใด เวลาไม่ควรถูกเอามาใช้กับเรื่องเหล่านี้
มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
จิ๋งจิ่วเดินจากหน้าต่างกลับเข้ามาในห้อง มือขวาลูบสร้อยข้อมือจุดเพลิงกระบี่ขึ้นมา จากนั้นปล่อยให้มันตกลงไปบนกาน้ำชา
เสียงแอ้ดดังขึ้น
พี่ใหญ่ตระกูลจิ๋งเปิดประตู
มิรู้ว่าเป็นเพราะรู้จักอีกฝ่าย หรือเป็นเพราะเหตุผลอื่น เขาจึงมิได้ปฏิเสธไม่ให้อีกฝ่ายเข้ามา ไม่แม้กระทั่งขออนุญาตจิ๋งจิ่ว
ผู้มาเยือนเดินเข้ามาพร้อมสายลมสดชื่นยามค่ำคืน ฝีเท้าที่เหยียบลงไปบนกลีบดอกไห่ถังไม่ส่งเสียงใดๆ
เด็กสาวที่สวมชุดสีขาวใบหน้างดงาม สีหน้าดูบอบบาง แววตาใสกระจ่าง คล้ายดั่งบ่อน้ำสะอาด
ราวกับเป็นเซียนที่ลงมายังโลกมนุษย์
จิ๋งจิ่วเชิญนางนั่ง ก่อนจะยก