กาน้ำชาที่เดือดขึ้นมาใหม่อีกครั้งขึ้นมา จากนั้นเทชาให้นางถ้วยหนึ่ง
เขาคิดเอาไว้แล้วว่าอีกฝ่ายน่าจะส่งคนมาปลอบตนเอง หรือพูดอีกอย่างก็คือกล่อมตัวเอง เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าจะเป็นคนผู้นี้
ไป๋เจ่าคือบุตรสาวสองสามีภรรยาเจ้าสำนักจงโจว สถานะในเขาอวิ๋นเมิ่งมีความพิเศษ ต่อให้มองไปทั่วทั้งโลกแห่งการบำเพ็ญพรต สถานะก็ยังสูงศักดิ์เป็นอย่างมาก
นางมาพบจิ๋งจิ่ว ต้องบอกเลยว่าสำนักจงโจวแสดงออกถึงความเคารพเป็นอย่างมาก
ไป๋เจ่ากล่าวขอบคุณเบาๆ ก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นดื่ม สีหน้าแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย
นางคิดไม่ถึงว่ารสชาติของชาถ้วยนี้จะย่ำแย่ถึงเพียงนี้
ต่อให้สำนักชิงซานจะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้ แต่พวกเขาก็มีเรือนเป่าซู่คอยรับใช้อยู่ ไม่ว่ายังไงก็ไม่น่าจะดื่มชาแบบนี้หรือเปล่า…
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเห็นได้ชัดว่าชานี้ชงไม่ถูกต้อง
ชาที่เย็นชืดไปแล้วถูกเพลิงกระบี่ต้มใหม่อีกครั้ง รสชาติย่อมไม่ดีอย่างแน่นอน
จิ๋งจิ่วไม่รู้เลยว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ เขานึกว่านางไม่รู้ว่าควรจะเอ่ยปากอย่างไร จึงกล่าวไปว่า “เชิญว่ามา”
ไป๋เจ่าครุ่นคิด ที่แท้ก็เป็นคนใจร้อน ในเมื่อเป็นแบบนี้ อย่างนั้นตัวเองก็เปลี่ยนแปลงวิธีเจรจาหน่อยแล้วกัน
“โอกาสที่เว่ยเฉิงจึจะบรรลุขั้นจิตก่อรูปช่วงท้ายนั้นมีน้อยมาก ทางสำนักจึงมิได้สนับสนุนเขามากเท่าไร แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นผู้อาวุโสของสำนักจงโจว มีโอกาสน้อยมากที่จะถูกซื้อตัวไป การที่ปู้เหล่าหลินส