ามารถทำเช่นนี้ได้ แสดงให้เห็นว่าอิทธิพลของพวกเขาแผ่ออกไปไกลกว่าที่พวกเราคิดเอาไว้ สิ่งที่ยุ่งยากมากที่สุดก็คือตอนนี้ดูเหมือนปู้เหล่าหลินอาจจะมีความสัมพันธ์กับเผ่าหมิงแล้วด้วย”
นางมองดวงตาของจิ๋งจิ่วพลางกล่าวอย่างจริงจังว่า “ดังนั้นความคิดของพวกเราคือ การสืบคดีนี้ควรจะระมัดระวังขึ้นอีกหน่อย”
สำนักชิงซานและสำนักจงโจวต่างก็เป็นผู้นำของโลกบำเพ็ญพรตฝ่ายธรรมะ ดังนั้นย่อมสมควรตรวจสอบคดีที่เจ้าล่าเยวี่ยถูกลอบสังหารจากทั่วทุกมุมมอง จากนั้นค่อยทำการวิเคราะห์ที่เหมาะสมที่สุดออกมา
จิ๋งจิ่วเข้าใจในสิ่งที่นางพูด เพียงแต่ตัวเขามิถนัดทำการตัดสินใจเรื่องเหล่านี้ พูดอีกอย่างคือไม่คิดว่านี่เป็นเรื่องที่สำคัญ จึงกล่าวว่า “เหตุใดจึงมาหาข้า?”
“ข้าได้ยินศิษย์พี่ลั่วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในสวนดอกเหมยเก่า ถึงแม้นเขาและข้าจะไม่ค่อยเข้าใจ แต่ดูแล้วเหมือนเจ้าแห่งยอดเขาล่าเยวี่ยจะให้ความสำคัญกับความเห็นของเจ้าอย่างมาก”
เสียงของไป๋เจ่าอ่อนโยน น้ำเสียงดูจริงใจเป็นอย่างมาก “หากช่วงนี้เจ้ายอมใจเย็นอยู่เฉยๆ ก่อน บางทีนางก็น่าจะยอมเช่นเดียวกัน เรื่องนี้ก็คงจะไม่วุ่นวายอะไร”
จิ๋งจิ่วกล่าว “พวกเจ้ามั่นใจแล้วหรือว่าเว่ยเฉิงจึเป็นคนของปู้เหล่าหลิน?”
ไป๋เจ่ากล่าว “ขอโทษด้วย เรื่องนี้มิสะดวกที่จะพูด”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ต่อให้พวกข้าไม่พูดอะไร แต่อาจารย์ในชิงซาน รวมไปถึงพ่อแม่ของเจ้าอาจจะปล่อยปู้เหล่าหลินไป”
ครั้นได้ยินประโยคนี้