ี่อยู่ข้างกายพระองค์เหล่านั้นโง่เขลาจริงๆ พวกเขามองไม่ออกเลยว่านี่เป็นการหยั่งเชิงของฝ่าบาท
องค์รัชทายาทเช่นนี้ย่อมสามารถใช้งานได้
เสียงแอ๊ดดังขึ้น ประตูหน้าบ้านเปิดออก
ซือเฟิงเฉินได้สติขึ้นมาจากความคิด เขาเก็บเอกสารกลับเข้าไป ก่อนจะเดินออกไปนอกประตู
เด็กหนุ่มที่ท่าทางเหมือนเด็กรับใช้ผู้หนึ่งหมุนตัวปิดประตู เมื่อเห็นเขาจึงกล่าวขึ้นมาอย่างดีใจ “อาจารย์ ท่านกลับมาแล้วหรือขอรับ?”
ขาของเด็กหนุ่มดูไม่ค่อยสมบูรณ์ เขาหิ้วผักมาตะกร้าหนึ่ง การเดินดูค่อนข้างลำบาก
ซือเฟิงเฉินกล่าว “ข้าเคยบอกหลายครั้งแล้ว อย่าเรียกข้าว่าอาจารย์”
“ขอรับ…” เด็กหนุ่มผู้นั้นมองดูสีหน้าเขา ก่อนกล่าวขึ้นมาอย่างระมัดระวัง “อาจารย์”
ซือเฟิงเฉินอดยิ้มขึ้นมาไม่ได้
เด็กหนุ่มผู้นั้นเห็นรอยยิ้มของเขา จึงรู้สึกยินดีขึ้นมา เสียงของเขาเองก็ดังขึ้นกว่าเดิม กล่าวว่า “ข้าซื้อผักกวางตุ้งสดๆ มา คืนนี้ผัดเนื้อแดดเดียวกินกันขอรับ”
เดิมซือเฟิงเฉินอยากบอกว่าตนเองกินมาแล้ว แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มของเขา สุดท้ายก็ได้แต่ส่ายศีรษะแล้วกล่าวว่า “ทำน้อยหน่อยแล้วกัน”
……
……
เมื่อเห็นคนรูปร่างผอมแห้งกำลังง่วนอยู่ตรงหน้าเตา ในดวงตาของซือเฟิงเฉินพลันเผยให้เห็นความรู้สึกกังวล
เด็กผู้นั้นชื่อหวังเสี่ยวหมิง เป็นเด็กที่เขาเก็บกลับมาจากซากหมู่บ้านที่พังทลายเมื่อหลายปีก่อน
ครานั้นผู้บำเพ็ญพรตสองคนของสำนักกระบี่ซีไห่และสำนักคุนหลุนนัดประลองกันที่เขาฝูหนิว สุ