บนเขาฉีผานเงียบสงบ
หลังจากที่ถงเหยียนกล่าวประโยคนั้นออกมา ก็ไม่มีใครกล่าวอะไรอีก
ถูกต้อง ทั้งควรค่าแก่การเคารพ ทั้งกิริยาท่าทาง เหล่านั้นล้วนแต่สำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดยังคงเป็นผลลัพธ์ในท้ายที่สุด
ถงเหยียนลืมตา หมุนตัวกลับมามองจิ๋งจิ่วพลางกล่าวว่า “ข้าไม่ใช่ว่าไม่เคยแพ้ ตอนที่เพิ่งเริ่มเรียนหมากล้อม ข้าเคยแพ้อาจารย์หญิงสิบเจ็ดกระดานติดต่อกัน แต่ว่า…ข้าไม่อยากแพ้ให้เจ้า”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ คนอื่นไม่มีความรู้สึกอะไร คิดว่าสิ่งที่ถงเหยียนพูดมาหมายถึงการชิงดีชิงเด่นกันระหว่างอัจฉริยะด้วยกัน แต่เซี่ยงหว่านซูกลับตกใจ เขารู้ว่าศิษย์พี่มีนิสัยหยิ่งยโสเย็นชา แม้แต่ศิษย์พี่ใหญ่ลั่วไหวหนานก็ยังไม่ชอบ ไม่อยากเข้าใกล้ แต่บนวิถีหมาก ศิษย์พี่กลับเป็นคนที่มีมารยาทอย่างมาก ไม่ว่าคู่ต่อสู้จะเป็นใคร ขอเพียงมีความยอดเยี่ยม ศิษย์พี่ก็เต็มใจที่จะชมเชย ท่าทีที่มีต่อยอดฝีมือทางวิถีหมากล้อมที่แท้จริงเหล่านั้นก็ค่อนข้างให้ความเคารพ อย่างเช่นมหาบัณฑิตกัว อย่างเช่นเหอจาน
แต่เหตุใดวันนี้ศิษย์พี่พ่ายให้จิ๋งจิ่วแล้ว แต่กลับยังพูดจาเช่นนี้?
“หลังจากวันนี้ เจ้ายังคิดว่าหมากล้อมเป็นเพียงเกมหรือไม่?”
ถงเหยียนจ้องมองดวงตาของจิ๋งจิ่วพลางถาม
ตัวหมากวางลงไป สายฟ้าผ่าลงมา ฟ้าดินเกิดการตอบสนอง การประลองหมากเช่นนี้ จะเป็นเพียงแค่เกมได้อย่างไร?
จิ๋งจิ่วครุ่นคิด ก่อนกล่าวว่า “ใช่ ข้ายังคิดว่ามันเป็นแค่เกม”
ถงเหยียนดวงตา