เบิกโพลง คล้ายจะมองเห็นเส้นเลือดฝอยเล็กๆ
“เดิมมันก็เป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว มิใช่ว่าข้าไปด้อยค่ามัน เพราะตัวเกมบางทีมันก็อาจจะมีความหมายของมัน”
จิ๋งจิ่วกล่าว “การประสบพบเจอ ผลลัพธ์ที่ได้ เส้นทางที่ไม่เหมือนกัน วิธีการเดินที่แตกต่างกัน บางทีการที่พวกเรามีชีวิตอยู่ การมีอยู่ของโลกล้วนแต่เป็นเกมเช่นเดียวกัน”
“ทุกอย่างล้วนแต่เป็นเกม?”
ถงเหยียนจ้องมองดวงตาเขาพลางกล่าว “เช่นนั้นชั่วชีวิตนี้ของเจ้าเคยทุ่มเทให้กับอะไรหรือเปล่า?”
จิ๋งจิ่วมิได้กล่าวกระไร
อย่าว่าแต่ชีวิตนี้เลย ต่อให้เป็นชั่วชีวิตที่แล้ว เขาก็ไม่เคยทุ่มเทให้กับอะไรมาก่อน
“เจ้าวางเฉยต่อโลกนี้ เฉยชาต่อทุกสรรพสิ่ง เมินเฉยมิชิดใกล้ นี่ก็คือเหตุผลว่าทำไมข้าถึงไม่ชอบเจ้า ทำไมถึงไม่อยากพ่ายแพ้ให้แก่เจ้า”
ถงเหยียนกล่าวเสียงเบา “แต่ข้าไม่เหมือนกับเจ้า ข้ายินดีทุ่มเททุกอย่างให้กับหลายๆ เรื่อง”
อย่างเช่นโลกสีขาวดำ
จิ๋งจิ่วมองดูเขาอย่างเงียบๆ รอคอยคำพูดต่อจากนั้น
“หมากล้อม คือวิถีของข้า”
“หมากกระดานนี้ ข้านึกว่าข้าได้เข้าใกล้คำว่าสมบูรณ์แบบแล้ว แต่ข้าก็ยังแพ้…แถมยังแพ้ให้กับคนที่ไร้ความรู้สึกต่อหมากล้อม แพ้ให้แก่คนที่ไม่ชื่นชอบหมากล้อมอย่างเจ้า”
“ข้าไม่เข้าใจว่าเหตุใดคนอย่างเจ้าจึงสามารถเดินมาได้ไกลขนาดนี้ หากบนกระดานหมากมีธรรมวิถีจริงๆ เหตุใดมันจึงปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้?”
“แล้วนี่จะให้ข้ากับคนที่อยู่นอกศาลาเหล่านั้นคิดอย่างไร?”
“นี่