ิ้วขมวดแน่น ในใจครุ่นคิดว่าตัวหมากมีไม่พอ หากแนวตั้ง แนวนอน แนวดิ่งต่างก็มีสิบเก้าเส้น หมากกระดานนี้จะซับซ้อนถึงระดับไหนกัน?
ถงเหยียนมองดูหมากสีดำสีขาวที่ประกอบกันจนกลายเป็นเหมือนกรง นิ่งเงียบอยู่เป็นเวลานาน ก่อนกล่าวว่า “นี่ไม่ใช่เรื่องที่กำลังของมนุษย์จะทำได้”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “มันยากจริงๆ นั่นแหละ ตอนนี้ข้าเองก็ยังทำไม่ได้ แต่การบำเพ็ญพรตมันก็คือการทำเรื่องที่กำลังของมนุษย์ไม่มีทางทำได้”
ถงเหยียนกล่าว “แบบนี้จะเหนื่อยอย่างมาก เหมือนกับเจ้าในตอนนี้ที่น่าจะเหนื่อยมากแล้ว”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ใช่ ข้าไม่เคยเหนื่อยเหมือนอย่างวันนี้มาหลายปีแล้ว”
เขากล่าวอย่างจริงจัง
ถงเหยียนกล่าว “ข้าไม่มีทางรู้สึกดีขึ้นมาเพียงเพราะคำพูดประโยคนี้ ข้าเพียงแต่กังวลว่าถ้าเจ้าประลองต่อไปอาจจะแพ้ได้ ข้าไม่ชอบให้คนที่เอาชนะข้าได้แพ้คนอื่น”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ไม่ต้องกังวล เพราะข้าเหนื่อยจริงๆ ดังนั้นข้าไม่คิดที่จะประลองต่อ”
ครั้นได้ยินคำพูดนี้ ถงเหยียนรู้สึกไม่ค่อยเข้าใจ คนที่อยู่ด้านนอกศาลายิ่งตกตะลึง
เจ้าเอาชนะถงเหยียนได้แล้ว บนเขาฉีผานในวันนี้ยังจะมีใครเป็นคู่ต่อสู้ของเจ้าได้อีก? ต่อให้จะเหนื่อยล้าอย่างมากจากการประลองกระดานก่อนหน้า แต่พักผ่อนเพียงครู่ก็ดีขึ้นแล้ว หรือยังจะมีใครกล้าบีบให้เจ้าลงประลองต่อหน้าคนจำนวนมากขนาดนี้ได้?
จิ๋งจิ่วกล่าว “การประลองหมากระหว่างเจ้ากับข้า มันเริ่มขึ้นตั้งแต่เมืองไห่โจว”
ถงเหยียนเข