ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร ไป๋เจ่าได้มาถึงริมศาลา นางยืนอยู่ในวงล้อมของศิษย์ร่วมสำนักอย่างเงียบๆ
สายลมพัดผ่านผ้าคลุมหน้า เผยให้เห็นใบหน้าที่ดูงดงามและบอบบางของนาง
สองคิ้วของนางขมวดเล็กน้อย คล้ายกำลังกังวลอะไรบางอย่าง
ศิษย์ของสำนักจงโจวคนอื่นมิได้กังวลว่าถงเหยียนจะแพ้การประลอง สีหน้าราบเรียบ มีเพียงเซี่ยงหว่านซูที่กำลังคำนวณสถานการณ์บนกระดานอย่างจริงจัง
กั้วตงยืนอยู่ด้านนอกกลุ่มคน อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกลุ่มของเจ้าล่าเยวี่ย ในตอนที่ทุกคนต่างมองไปที่ด้านในของศาลา นางกลับมองดูเจ้าล่าเยวี่ย
เจ้าล่าเยวี่ยรู้ว่านางกำลังมองดูตนเอง หากเป็นเวลาปกติ นางจะต้องมองตอบกลับไปเป็นแน่ แต่ในเวลานี้นางมองไปที่จิ๋งจิ่วเท่านั้น
เซ่อเซ่อดูแล้วรู้สึกเบื่อ นางยื่นปลาย่างที่อยู่ในมือไปตรงหน้าเจ้าล่าเยวี่ย พลางกล่าวเสียงเบาๆ ว่า “ไม่ต้องรังเกียจ อร่อยจริงๆ นะ”
เจ้าล่าเยวี่ยส่ายศีรษะ ปกตินางไม่ค่อยกินอะไรเท่าไร ไม่ว่าจะอยู่ที่ชิงซานหรือว่าข้างนอก
เมื่อเห็นภาพนี้ บนใบหน้าของกั้วตงเผยให้เห็นสีหน้าพึงพอใจ
เหอจานพลันตะโกนออกมา “ทำไมถึงเดินแบบนี้? ไม่มีเหตุผลเลย”
ผู้คนที่อยู่รอบๆ พากันมองไปในศาลา ในใจครุ่นคิดว่าเป็นใครที่เดินหมากพลาด?
ภายในศาลา จิ๋งจิ่วและถงเหยียนคล้ายมิได้ยินเสียงพูดของเขา ทั้งคู่ยังคงมองดูกระดานหมากล้อมอย่างเงียบๆ
หมากตาเมื่อครู่จิ๋งจิ่วเป็นคนเดิน หลายคนมองว่าการเดินตานี้ัทั้งปกติและปลอดภัย จึงไม่เข้าใ