เสียงระฆังดังขึ้น หมายความว่าบุคคลสำคัญอย่างฉานจึและเหอกั๋วกงได้เดินทางมาถึงเขาฉีผานแล้ว
เหอกั๋วกงเดินไปยังริมรั้วที่อยู่บนปลายยอดเขา ทอดมองลงมายังป่าที่เขียวขจีเบื้องล่าง คล้ายกำลังครุ่นคิดถึงอะไรบางอย่าง
เขาเป็นผู้ดำเนินงานชุมนุมเหมยฮุ่ย การที่มีความคิดต่างๆ นาๆ อยู่ในหัวมันก็เป็นเรื่องช่วยไม่ได้ เพราะฉานจึมิได้ปรากฏตัวออกมาเลย
ฉานจึพักผ่อนอยู่ในอารามซานชิงที่อยู่ตรงไหล่เขา
สมณะสูงศักดิ์แห่งนิกายฝอจงพักผ่อนอยู่ในอารามของเต๋า เรื่องนี้ไม่ว่าดูยังไงก็รู้สึกแปลก แต่เหอกั๋วกงรู้ว่าฉานจึมิเคยใส่ใจสิ่งเหล่านั้น เขาจึงมิได้พูดอะไรมาก
เหอกั๋วกงมองไปยังพระราชวังที่อยู่ไกลออกไป ก่อนจะกล่าวกับเจ้าหน้าที่ที่อยู่ข้างกายว่า “เริ่มเลยแล้วกัน”
เสียงระฆังดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง การประลองหมากล้อมของงานชุมนุมเหมยฮุ่ยได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ
ในภูเขาไม่รู้มีผู้บำเพ็ญพรตมากน้อยเท่าไรเริ่มขยับตัว พวกเขาต่างมุ่งหน้าไปยังศาลาที่ตนเองหมายตาเอาไว้
เมื่อมองลงไปจากบนยอดเขาที่เหอกั๋วกงอยู่ พวกเขาดูคล้ายตัวหมากที่กำลังเคลื่อนไหวไปบนกระดาน ให้ความรู้สึกเหมือนกองทัพกำลังเคลื่อนพลอยู่บนสนามรบ
ไม่ว่าจะเป็นผู้บำเพ็ญพรตที่อยู่กับที่หรือก้าวเดินอยู่ ต่างยังคงจับตามองไปยังที่สองสามที่
คนที่ได้รับความสนใจมากที่สุดย่อมต้องเป็นถงเหยียน ผู้คนต่างอยากรู้ว่าเขาจะเลือกผู้ใดเป็นคู่ต่อสู้คนแรก
หรือว่าเขาจะเลือกศาลาเปล่าสักหล