ฮุ่ยในปีนี้ย่อมต้องเป็นการประลองระหว่างจิ๋งจิ่วและถงเหยียน
ในอีกแง่หนึ่งแล้ว การประลองนี้เป็นตัวแทนการประลองระหว่างสำนักชิงซานและสำนักจงโจว เป็นการประชันกันอีกครั้งหนึ่งระหว่างผู้นำฝ่ายธรรมะ
จู่ๆ ฝ่าบาททรงตัดสินพระทัยเสด็จมาทอดพระเนตรการประลองหมากล้อม คาดว่าน่าจะทรงต้องการทอดพระเนตรการประลองของทั้งสองคนนี้
หลายคนมองว่าหากจิ๋งจิ่วอยากจะเจอถงเหยียน อย่างน้อยก็ต้องเอาชนะให้ได้สักสองสามคนก่อน แล้วอีกหลายวันหลังจากนั้นถึงจะได้เจอถงเหยียน
หากเขามีความสามารถที่จะทำเช่นนี้ หรือพูดอีกอย่างก็คือโชคดีล่ะก็
แต่ใครจะไปคิดบ้างว่าการประลองหมากล้อมในวันนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น พวกเขาก็จะพบกันแล้ว
นี่ย่อมต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ที่แท้ตั้งแต่เริ่มจนมาถึงตอนนี้ พวกเขาก็ไม่เคยคิดที่จะไปศาลาอื่นเลย
พวกเขาจะประลองกันตั้งแต่กระดานแรก
……
……
เหอกั๋วกงยืนอยู่บนยอดเขา มองดูภาพเบื้องล่าง รู้สึกจนปัญญายิ่งนัก เขาโบกมือพลางกล่าว “รีบไปแจ้งในวัง”
หากฝ่าบาทมิได้ทอดพระเนตรการประลองกระดานนี้ ตัวเองคงโดนตำหนิอย่างหนักเป็นแน่
……
……
หนานว่างพาเหล่าลูกศิษย์เดินออกมาจากเรือนซีซาน
บนใบหน้าลูกศิษย์หลายคนยังคงมีสีหน้าตกตะลึงและสงสัยหลังจากได้ยินข่าว
……
……
ฉานจึดึงสายตาลับมาจากรูปปั้นดินเผาในอารามเต๋า ก่อนจะมองไปทางนักบวชลัทธิเต๋าที่เข้ามารายงานพลางถามว่า “ใครเดินก่อน?”
นักบวชลัทธิเต๋าผู้นั้นกล่าวว่า “ตอนที่ข้าออกมา กำลังทายห