ิ่ว ต่างรู้สึกตกใจ
ในเวลานี้พวกเขาถึงได้รู้ว่า ที่เหอจานไม่ยอมเลือกศาลานั้นเป็นเพราะมีความคิดนี้อยู่
จิ๋งจิ่วจะรับคำท้าหรือไม่?
……
……
จิ๋งจิ่วกล่าว “ไม่ได้ ข้านัดคนอื่นไว้ก่อนแล้ว”
เหอจานคิดไม่ถึงว่าตนเองจะถูกปฏิเสธ เขาเลิกคิ้วเล็กน้อยพลางกล่าวถาม “ใคร?”
จิ๋งจิ่วไม่ได้ตอบคำถามเขาอีก
เขาเดินจากริมธารไปยังที่ที่หนึ่ง
เสียงฮือฮาดังขึ้น
มิได้เป็นเพราะเขาปฏิเสธคำท้าของเหอจาน หากแต่เป็นเพราะ…ถงเหยียนขยับแล้ว!
แทบจะในเวลาเดียวกับที่จิ๋งจิ่วยกเท้า เขาซึ่งยืนอยู่ริมผามาเป็นเวลานานก็หมุนตัวกลับมา ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังที่ที่หนึ่ง
สายตาจำนวนนับไม่ถ้วนมองตามการเคลื่อนไหวของถงเหยียนและจิ๋งจิ่ว
กระทั่งผู้บำเพ็ญพรตที่เริ่มประลองหมากไปแล้วก็ยังหยุดการเคลื่อนไหว แล้วมองไปทางด้านนั้นทันที
ผู้คนยิ่งรู้สึกตกตะลึง กระทั่งเหอจานเองก็ยังอ้าปากค้าง
จิ๋งจิ่วและถงเหยียนคล้ายจะมุ่งหน้าไปยังที่เดียวกัน
การเดินของทั้งสองคนล้วนแต่ทิ้งเงาเป็นเส้นเอาไว้ ขอเพียงไม่ขนานกัน เช่นนั้นสุดท้ายก็ต้องพบกัน
สถานที่ที่พวกเขาจะพบกัน มิใช่ริมผา มิใช่ริมธาร หากแต่เป็นริมป่าเหมย
ที่ตรงนั้นเงียบสงัด มีต้นเจียงเหมยพันธุ์พิเศษอยู่หลายสิบกอ ศาลาหลังเล็กหลังหนึ่งถูกบดบังอยู่ในนั้น หากไม่สังเกตให้ดี ก็ยากที่จะพบเห็นได้
……
……
เหอจานเข้าใจ
ทุกคนในภูเขาเองก็ค่อยๆ เข้าใจ
การประลองที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในการประลองหมากล้อมของงานชุมนุมเหมย