องก็ยังไม่ได้เลือกศาลานะ”
ผู้บำเพ็ญพรตคนนั้นยิ้มเยาะพลางกล่าวว่า “เหอจานเป็นใคร? แล้วเขาเป็นใคร?”
……
……
มีบางศาลาที่เริ่มประลองหมากกันแล้ว
ด้านนอกศาลามีคนรับผิดชอบจดบันทึกหมากอยู่ ดูแล้วเหมือนเป็นการเก็บบันทึกข้อมูล แต่ความจริงแล้วทุกคนต่างรู้ว่าบันทึกการเดินหมากเหล่านี้จะถูกส่งลงไปยังด้านล่างยอดเขา — ในเมืองเจาเกอวันนี้ไม่รู้ว่ามีขุนนางมากน้อยเท่าไรกำลังรอคอยบันทึกหมากเหล่านี้อยู่ พวกเขายินดีที่จะจ่ายค่าตอบแทนจำนวนมากเพื่อบันทึกการเดินหมากเหล่านี้ ในเมื่อราชสำนักไม่สามารถห้ามได้ เช่นนั้นหารายได้นิดหน่อยจากมันก็ถือว่าไม่เลว
ยังมีศาลาอีกหลายหลังที่มีคนนั่งอยู่เพียงคนเดียว
มีคนสีหน้าเรียบเฉย มีคนกำลังบ่นพึมพำพูดกับตัวเอง โดยหวังว่าถงเหยียนจะไม่มาทางนี้
เหอจานเดินกลับมา เขาถือไหสุรามายืนอยู่ด้านข้างจิ๋งจิ่ว ก่อนกล่าวถามว่า “ลองหน่อยไหม?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้าไม่ดื่มสุรา”
เหอจานกล่าว “แต่เจ้าเล่นหมากล้อม”
จิ๋งจิ่วมองดูเขา
เหอจานกล่าว “ถ้าอยากเอาชนะถงเหยียน ก็ต้องผ่านข้าไปก่อน”
จิ๋งจิ่วจึงเข้าใจความหมายของเขา
เจ้าล่าเยวี่ยและศิษย์พี่ชุ่ยรู้สึกตกใจ
เซ่อเซ่อมองดูปลาย่างที่อยู่ในมือ คิดว่าคงจะต้องโยนทิ้งเสียแล้ว แต่ก็รู้สึกเสียดาย
นางไม่เคยกินปลาย่างที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน
ต่อให้เป็นฝีมือในการย่างปลา เหอจานก็คล้ายจะเป็นที่สองในใต้หล้า
หลายคนสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวทางนี้ ได้ยินเหอจานท้าทายจิ๋งจ