“กู่หยวนหยวน บิดาของเขาเป็นแม่ทัพของกองทัพเจิงเป่ย หลายปีก่อนไม่รู้เพราะเหตุใดถึงถูกสำนักเฟิงเตาแย่งตัวไป ในตอนนั้นเกิดความวุ่นวายเป็นอย่างมาก”
ศิษย์พี่ชุ่ยกล่าวเสียงเบาๆ “มีคนบอกว่าท่านเทพดาบแห่งสำนักเฟิงเตาชื่นชมความสามารถทางหมากล้อมของเขา คิดอยากให้เขาเป็นตัวแทนสำนักเฟิงเตาลงประลองในงานชุมนุมเหมยฮุ่ย เพื่อให้มีหน้ามีตาบ้าง”
ในที่สุดก็ได้ยินชื่อของสำนักเฟิงเตาในงานชุมนุมเหมยฮุ่ย จิ๋งจิ่วและเจ้าล่าเยวี่ยค่อนข้างแปลกใจ และรู้สึกค่อนข้างสนใจ
เด็กหนุ่มที่ชื่อกู่หยวนหยวนสีหน้ายโสโอหัง เทียบกับทูตที่ทำตัวเรียบง่ายเก็บซ่อนความสามารถที่เคยไปร่วมงานชุมนุมเฉิงเจี้ยนของชิงซานในอดีตแล้ว เรียกได้ว่าแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เมื่อดูแบบนี้แล้ว เชวี่ยเหนียงแห่งสำนักจิ้งจง ซั่งจิ้วโหลวแห่งเรือนอี้เหมา กู่หยวนหยวนแห่งสำนักเฟิงเตาก็คือตัวเก็งในศึกประลองหมากล้อมของงานชุมนุมเหมยฮุ่ยปีนี้
หลายคนมองว่า ระดับทางวิถีหมากล้อมของพวกเขาเหนือกว่าคนที่ถูกยกย่องว่าเป็นยอดฝีมือของอาณาจักรมาก มีความเป็นไปได้ที่จะคุกคามถึงถงเหยียน
ผู้บำเพ็ญพรตที่เข้าร่วมงานชุมนุมเหมยฮุ่ยย่อมไม่อยากเจอกับผู้แข็งแกร่งทางวิถีหมากล้อมเช่นนี้ตั้งแต่เริ่ม ดังนั้นบริเวณป่าตรงนี้จึงดูวังเวงแบบนี้
คำพูดของบัณฑิตแห่งเรือนอี้เหมาและกู่หยวนหยวนทำให้เซ่อเซ่อโมโหอย่างมาก นางกล่าวอย่างโกรธเกรี้ยวว่า “คนพวกนี้เป็นอะไรกัน?”
เจ้าล่าเยวี่ยนึกถึงถงเหย