ียนที่อยู่นอกสวนดอกเหมยเก่าในวันนั้น พลางกล่าวว่า “หัวสมองของคนที่ชอบเล่นหมากล้อมไม่ค่อยจะเหมือนคนอื่นน่ะ”
เจตนาเดิมของนางหมายความว่าคนที่ชื่นชอบเล่นหมากล้อมนั้นจะให้ความสำคัญกับเรื่องแพ้ชนะ วิธีคิดไม่เหมือนกับผู้บำเพ็ญพรตธรรมดาทั่วไป แต่เมื่อคนอื่นฟังแล้วอาจจะทำให้เข้าใจผิดเป็นความหมายอื่นได้
ดวงตาของเซ่อเซ่อเป็นประกายขึ้นมา คิดว่าสมแล้วที่พี่สาวคนนี้เป็นเจ้าแห่งยอดเขาของชิงซาน คำพูดนี้กล่าวได้แข็งกร้าวดุดันเป็นยิ่งนัก
ครั้นได้ยินคำพูดนี้ ซั่งจิ้วโหลวและกู่หยวนหยวน และยังมีผู้บำเพ็ญพรตที่อยู่ไกลออกไปต่างรู้สึกโมโห กระทั่งเชวี่ยเหนียงแห่งสำนักจิ้งจงก็ยังหัวเราะเจื่อนๆ ออกมา แต่จะยังอย่างไรได้?
จิ๋งจิ่วมิได้กล่าวกระไร แล้วก็มิได้รั้งอยู่ในป่า หากแต่เดินต่อไปข้างหน้า
เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์นี้ ผู้บำเพ็ญพรตบางคนส่ายศีรษะอย่างผิดหวัง สีหน้ายิ้มเยาะบนใบหน้าของกู่หยวนหยวนยิ่งชัดเจนมากขึ้น
ในแถบหนึ่งของภูเขาเต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียว แต่มิได้แน่นขนัดอะไรนัก สามารถบังแดดได้ แล้วก็พอจะมีแสงแดดลอดลงมาได้ ลำธารเล็กๆ สายหนึ่งไหลผ่านหมู่ไม้ ริมธารมีต้นหญ้าเขียวขจี ทิวทัศน์งดงามเป็นอย่างมาก
จิ๋งจิ่วหยุดฝีเท้า กล่าวว่า “ลำธารใสดี ตรงนี้แล้วกัน”
เซ่อเซ่อมองไปรอบๆ พบว่าบริเวณใกลเคียงไม่มีศาลา อดรู้สึกกลุ้มใจขึ้นมาไม่ได้ ในใจครุ่นคิดว่านี่มิใช่ที่ที่ให้เจ้ามาเที่ยวเล่นนะ เจ้าคิดจะไปศาลาไหนกันแน่?
เจ้าล่า