เยวี่ยมองดูพื้นหญ้าที่อยู่ริมธาร ในใจครุ่นคิดหรือว่าเตรียมจะมานอนอาบแดดจริงๆ?
“ขอบคุณนะ”
จิ๋งจิ่วกล่าวกับศิษย์พี่ชุ่ย ถึงแม้เขาจะมิได้ตั้งใจฟัง แล้วก็มิได้สนใจยอดฝีมือที่เข้าร่วมประลองหมากล้อมเหล่านั้นก็ตาม
ศิษย์พี่ชุ่ยยิ้มเล็กน้อย
เซ่อเซ่อกล่าวถามอย่างไม่ค่อยเชื่อว่า “เจ้าจำได้หมดแล้ว?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “จำได้หมดแล้ว”
เจ้าล่าเยวี่ยคิดในใจ เชี่ยวชาญในการหลอกสาวน้อยจริงๆ ด้วย
“ยังมีคนที่ร้ายกาจอีกคนหนึ่ง”
เซ่อเซ่อกล่าวอย่างจริงจังว่า “ตอนนี้เขายังไม่มา อีกประเดี๋ยวถ้าเจอแล้วข้าจะบอกเจ้า”
เวลาค่อยๆ เดินหน้าไป คนบนภูเขาก็ยิ่งเยอะขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้จะไม่มีใครพูดอะไรเสียงดัง แต่เสียงก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นวุ่นวายขึ้น
มีหลายคนสังเกตเห็นว่าสำนักชิงซานยังไม่ปรากฏตัวบนภูเขา
……
……
ภายในเรือนซีซาน
เยาซงซานกล่าวอย่างลังเล “อาจารย์อา ถึงแม้ในงานชุมนุมเหมยฮุ่ยที่ผ่านมาพวกเราแทบจะไม่ได้ลงแข่งในรายการศิลปะทั้งสี่ แต่วันนี้อาจารย์อาเล็กลงประลองมิใช่หรือขอรับ?”
เหล่าศิษย์ชิงซานต่างยืนอยู่ในเรือนพัก รอหนานว่างออกคำสั่ง
หนานว่างกล่าวว่า “ข้าไม่รู้เรื่องหมากล้อม แล้วก็รู้ว่าเรื่องแบบนี้ต่อให้มีคนไปช่วยเยอะแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์ พวกเจ้าไปก็หาได้มีประโยชน์อะไรไป รังแต่จะไปรบกวนสมาธิของเขาเปล่าๆ”
เหล่าศิษย์ชิงซานได้ฟังเช่นนี้จึงรู้สึกจนปัญญา ในใจครุ่นคิดถึงแม้นจะเป็นเช่นนั้น แต่ไปดูหน่อยก็ได้นี่นา
เพราะการแพ้ชนะใน