เต้นของเขานั้นมาจากความคาดหวังว่าอีกฝ่ายจะได้เข้าร่วมการประลองหมากล้อม แล้วก็มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับอีกฝ่ายมากขึ้น ทั้งยังหวังว่าอีกฝ่ายจะไม่รู้สึกเสียใจเพราะพ่ายแพ้ตนเอง
เด็กสาวคนนั้นคืออันดับหนึ่งในการประลองพิณของงานชุมนุมเหมยฮุ่ย กั้วตงแห่งสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ย
จิ๋งจิ่วยืนมองสายน้ำอยู่ริมธาร ครั้นได้ยินชื่อนี้ปรากฏขึ้นมาในการพูดคุย เขาจึงหมุนตัวกลับไปมอง
ใบหน้ากั้วตงนั้นธรรมดาอย่างที่ร่ำลือกัน สายตาเองก็มิได้มีอะไรที่พิเศษ มีเพียงจมูกที่ดูโด่งที่ดึงดูดสายตาเท่านั้น
แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด เด็กสาวที่ธรรมดาผู้นี้กลับทำให้จิ๋งจิ่วมองดูอยู่เป็นเวลานาน ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมองดูอย่างตั้งใจด้วย
เจ้าล่าเยวี่ยเองก็มองไป จากนั้นพลันคิดถึงเสียงพิณที่ได้ยินตอนที่อยู่ตรงเขาด้านหลังสวนดอกเหมยในวันนั้น
……
……
เขาฉีผานวุ่นวายขึ้นอีกครั้ง เสียงพูดคุยยิ่งดังขึ้นกว่าเดิม เพราะคนจากสำนักจงโจวมาแล้ว
สายลมพัดผ่านผ้าแพรสีขาว ทำให้ใบหน้างดงามที่อยู่ภายในนั้นยิ่งดูมีชีวิตชีวา เห็นๆ อยู่ว่ามิได้มีกลิ่นหอมใดๆ แต่หลายคนกลับคล้ายได้กลิ่นอย่างไรอย่างนั้น
ภายใต้การห้อมล้อมของศิษย์ร่วมสำนัก เด็กสาวผู้นั้นค่อยๆ ก้าวย่างอยู่บนทางเดินขึ้นเขา ทรวดทรงและท่าทางดูบอบบาง อ้อนแอ้นอรชรคล้ายหมอกควัน
เมื่อเห็นภาพนี้ เซ่อเซ่อพลันส่งเสียงเหอะออกมาเบาๆ มิได้กล่าวกระไร
นางคือบุตรสาวของเจ้าสำนักเสวียนหลิง ไป๋เจ่าเป็นบุตรสาวของเจ้าสำนั