รประลองหมากล้อมของงานชุมนุมเหมยฮุ่ยนั้นเรียบง่ายเป็นอย่างมาก — ศาลาที่ตั้งกระจัดกระจายอยู่บนภูเขาเหล่านั้นก็คือสนามที่ใช้ประลองหมากล้อม ผู้บำเพ็ญพรตที่ลงชื่อเข้าร่วมประลองสามารถเลือกเข้าไปนั่งในศาลาได้ตามใจ รอคอยให้คนอื่นมาท้าตัวเอง และแน่นอนว่าตัวเองก็สามารถเลือกเข้าไปในศาลาที่มีคนนั่งอยู่เหล่านั้นเพื่อท้าประลองอีกฝ่ายได้
อย่างไรเสียผู้ชนะในการประลองหมากล้อมก็มีแค่คนผู้นั้นเพียงคนเดียว จะเดินไปได้ไกลเท่าไรไม่สำคัญ แล้วก็ไม่ต้องไปสนใจเรื่องโชคชะตากับคู่ต่อสู้ด้วย
เจ้าล่าเยวี่ยได้ยินพวกเขาคุยกัน จึงกล่าวถามว่า “แล้วถ้าหากมีคนนั่งอยู่ในศาลา แต่กลับไม่มีใครมาท้าประลองจะทำอย่างไร?”
“ก่อนเริ่มการประลองและหลังจบการประลองในแต่ละรอบ ประธานที่ดำเนินงานชุมนุมจะทำการปิดศาลา เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนจะมีคู่ต่อสู้”
เซ่อเซ่อยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมา กล่าวว่า “อย่างนั้นก็เลือกคนที่อ่อนแอที่สุด จากนั้นก็ค่อยๆ ถ่วงเวลา ถ้าถ่วงไปจนถึงตอนสุดท้าย นั่นไม่เท่ากับว่าเราจะประหยัดแรงไปได้เยอะหรอกหรือ?”
หากทำเช่นนั้นจริงๆ จริงอยู่ที่มันจะช่วยประหยัดแรงไปได้สองสามกระดาน แล้วก็ไม่ถือเป็นการผิดกฎด้วย เพียงแต่มันดูไม่ค่อยดีเท่าไร
ศิษย์พี่ชุ่ยยิ้มพลางกล่าว “การประลองหมากเป็นเรื่องสง่างาม มีอาจารย์และเหล่าผู้อาวุโสผู้ยิ่งใหญ่จับตามองดูอยู่ ใครจะทำเรื่องน่าขายหน้าแบบนั้นได้ล่ะ?”
เซ่อเซ่อมุ่ยมาก กล่าวว่า “มีช่องโหว่กลับไม่ฉว