็ญพรตที่มองดูเขาจากที่ไกลๆ ก็รู้สึกสนใจเช่นเดียวกัน
เจ้าล่าเยวี่ยคิดในใจ เขาน่าจะเลือกศาลาที่สามารถตากแดดได้กระมัง?
จิ๋งจิ่วพาทั้งสามคนเดินผ่านทะเลไผ่และป่าสน เดินผ่านน้ำตก มุ่งหน้าต่อเข้าไปในภูเขา ระหว่างทางเจอคนเล็กน้อย
ลูกศิษย์ของสำนักที่เป็นมิตรที่ดีกับสำนักชิงซานรีบเข้ามาทำการคารวะ สำนักเล็กๆ บางสำนักทางภาคใต้ค่อนข้างเคารพนอบน้อม
บางสำนักที่เป็นมิตรกับสำนักกระบี่ซีไห่ สำนักคุนหลุนเพียงแค่ยกมือขึ้นมาส่งๆ และมักจะมาพร้อมกับเสียงเหอะในลำคอ
ส่วนสำนักที่เป็นมิตรกับสำนักจงโจวแม้นภายนอกจะดูสงบนิ่ง แต่ในสายตาที่มองดูจิ๋งจิ่วกลับทำให้คนรู้สึกหงุดหงิด เพราะท่าทีหยอกล้อเยาะเย้ยที่แฝงอยู่ในนั้นมันเด่นชัดมากเกินไป
……
……
“ข้าหงุดหงิด”
บนใบหน้าเจ้าล่าเยวี่ยมิได้แสดงอารมณ์อะไรออกมา แต่สายตากลับดูเย็นยะเยือก
“ทำไม?”
จิ๋งจิ่วไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงต้องโมโหเพราะสายตาเยาะเย้ยและดูถูกของคนอื่นด้วย
เขาเชื่อว่าเจ้าล่าเยวี่ยก็เป็นคนเช่นเดียวกับตน
ดังนั้นเขาจึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดนางจึงรู้สึกหงุดหงิด
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “ข้ารู้ว่าเจ้าเอาชนะได้ แต่ก็มีข้าเพียงคนเดียวที่รู้ว่าเจ้าเอาชนะได้ ความรู้สึกแบบนี้ไม่ดี”
จิ๋งจิ่วกล่าว “พูดให้ชัดหน่อย?”
เจ้าล่าเยวี่ยครุ่นคิด ก่อนกล่าวว่า “ไม่ใช่พยัคฆ์ซ่อนเล็บ แล้วก็ไม่ใช่อีกคำหนึ่ง ข้าเองก็คิดคำบรรยายที่เหมาะสมไม่ออก”
เซ่อเซ่อกล่าวเสียงเบาๆ “ดูเหมือนจะเป็นอารมณ์ที่ซับ