ซ้อนจริงๆ”
ศิษย์พี่ชุ่ยฟังคำสนทนานี้อยู่ข้างๆ ในใจครุ่นคิดว่าสหายสำนักชิงซานนั้นคิดถึงแต่เรื่องบำเพ็ญพรตจริงๆ ด้วย ไม่ค่อยรู้เรื่องอื่นเลย
คิดอยากจะคว้าชัยชนะในการประลองหมากล้อมของงานชุมนุมเหมยฮุ่ย ไหนเลยจะง่ายดายเพียงนั้น?
ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องจะเอาชนะคุณชายถงเหยียนผู้นั้น ต่อให้จิ๋งจิ่วอยากจะเจออีกฝ่าย หากว่ากันตามความน่าจะเป็นแล้ว อย่างน้อยก็ต้องเอาชนะให้ได้ห้าถึงหกกระดาน
ปัญหาอยู่ที่ว่าเจ้าจะเอาชนะได้หรือเปล่า?
จิ๋งจิ่วได้ที่หนึ่งในการประลองหมากล้อมของงานเลี้ยงซื่อไห่ แต่งานเลี้ยงซื่อไห่จะมาเทียบกับงานชุมนุมเหมยฮุ่ยได้อย่างไร? ในสายตาของผู้บำเพ็ญพรตหลายๆ คน งานเลี้ยงซื่อไห่เป็นแค่เพียงงานที่ทางซีไห่ทำเลียนแบบงานชุมนุมเหมยฮุ่ยเท่านั้น สำนักบำเพ็ญพรตที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานอย่างแท้จริงแทบจะไม่เข้าร่วม ส่วนเรื่องผลงาน…
ผู้ชนะจากการประลองหมากล้อมในงานเลี้ยงซื่อไห่เมื่อก่อนนี้ กระทั่งสามสิบอันดับแรกของงานชุมนุมเหมยฮุ่ยก็ยังเข้ามามิได้ด้วยซ้ำ
ศิษย์พี่ชุ่ยกังวลว่าจิ๋งจิ่วจะไม่ทราบเรื่องเหล่านี้ คิดอยากจะเตือนเขาว่านอกจากถงเหยียนแล้ว ในงานชุมนุมเหมยฮุ่ยยังมีคู่ต่อสู้ที่เขาไม่อาจจะเอาชนะได้อยู่อีกมากมาย
ในเวลานี้พวกเขาเดินผ่านทุ่งดอกไม้ผืนหนึ่ง มาถึงที่โล่งแห่งหนึ่งตรงริมผา รอบด้านมีศาลาตั้งอยู่กระจัดกระจาย ไม่รู้เหตุใดที่นี่จึงแทบจะไม่มีคน ให้ความรู้สึกวังเวง
ศิษย์พี่ชุ่ยแนะนำจ