ิ๋งจิ่ว “นางชื่อเชวี่ยเหนียง เป็นศิษย์รุ่นสามของสำนักจิ้งจง ได้รับการสืบทอดวิถีหมากล้อมจากมหาบัณฑิตเฮ่อในราชวงศ์ก่อนหน้านี้”
เด็กสาวใบหน้ากลมมนนางหนึ่งยืนอยู่หน้าศาลา ท่าทางสงบเรียบร้อย บนใบหน้ามีกระอยู่เล็กน้อย ให้ความรู้สึกทะเล้นน่ารัก
นางยิ้มเล็กน้อยพลางคารวะจิ๋งจิ่วและเจ้าล่าเยวี่ย “คารวะอาจารย์อาทั้งสอง”
ความสัมพันธ์ของสำนักจิ้งจงและสำนักชิงซานถือว่าไม่เลว จิ๋งจิ่วและเจ้าล่าเยวี่ยพยักหน้าตอบรับการคารวะ
ทั้งสี่คนเดินไปข้างหน้าต่อ ศาลาด้านหน้ามีบัณฑิตสองคนยืนอยู่
บัณฑิตคนนั้นสวมชุดเก่าที่ถูกซักจนซีดขาว ในมือถือหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง ไม่รู้ว่าเป็นคัมภีร์ปรัชญาหรือเป็นบันทึกการเดินหมาก เขากำลังโยกศีรษะอ่านหนังสือเล่มนั้นอย่างเงียบๆ
ศิษย์พี่ชุ่ยกล่าวเสียงเบาๆ ว่า “ซั่งจิ้วโหลว เป็นศิษย์ของเรือนอี้เหมา ระดับฝีมือทางวิถีหมากล้อมสูงส่ง ในงานชุมนุมเหมยฮุ่ยครั้งที่แล้วพ่ายให้ถงเหยียนเพียงสามหมาก”
ครั้นได้ยินเสียงฝีเท้า บัณฑิตผู้นั้นเงยหน้าขึ้นมากล่าวว่า “ศาลาหลังนี้ข้าเลือกไว้แล้ว พวกเจ้าไปที่อื่นซะ”
คำพูดนี้แข็งกร้าว หากมิเป็นเพราะสีหน้าเขาดูเฉื่อยชาเหม่อลอย เกรงว่าคงทำให้คนฟังรู้สึกโกรธมากกว่านี้
เซ่อเซ่อกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ “ได้ยังไง? พวกเราก็ท้าเจ้าได้เหมือนกันนะ!”
บัณฑิตผู้นั้นมองจิ๋งจิ่วพลางกล่าวว่า “ถ้าอยากแพ้กลับไปชิงซานเร็วๆ มันก็แล้วแต่เจ้า”
“ถูกต้อง”
ด้านหน้าไม่ไกลมากมีเสียงที