็นความเฉยชา กระทั่งกลายเป็นความเคยชินอย่างหนึ่ง วันใดหากตื่นขึ้นมาแล้วลืมกินยา นางจะรู้สึกจิตใจไม่สงบ มักจะรู้สึกมีอะไรบางอย่างไม่ถูกต้อง จนกระทั่งคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาแล้วกินยาลงไปในท้อง นางถึงจะรู้สึกสบายใจ
แต่ในช่วงหลายวันมานี้ พอนางคิดถึงเรื่องที่ต้องกินยา ภายในใจนางกลับรู้สึกอึดอัดและหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก
นางเป็นปีศาจจิ้งจอก ไหนเลยจะกล้าคาดหวังเรื่องที่จะมีลูกกับฝ่าบาท แต่ในช่วงสองปีมานี้ สายตาที่องค์รัชทายาทมองนางยิ่งดูแปลกขึ้นทุกวัน รวมไปถึงเหตุการณ์ในสวนดอกเหมยเมื่อวานนี้ด้วย
เมื่อคิดถึงคำพูดของเทียนจิ้นเหริน ภายในใจนางเกิดความหวังขึ้นมาเล็กน้อย หากฝ่าบาททรงเห็นด้วยจริงๆ ล่ะ? พระองค์ทรงรักใคร่เอ็นดูตัวเองขนาดนี้ เพียงแต่…คำพูดนี้ควรจะพูดออกไปอย่างไรดี?
ขณะที่ครุ่นคิดถึงเรื่องเหล่านี้ นางไม่ทันสังเกตเห็นว่าขันทีแก่ผู้นั้นมิได้นำยาและน้ำเปล่าเข้ามาเหมือนอย่างทุกวัน
“ก่อนฝ่าบาทเสด็จออกไปทรงมีรับสั่งว่า หลังจากนี้ไม่ต้องเสวยยานั่นแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ขันทีแก่กล่าวด้วยสีหน้าอ่อนโยน
พระสนมตะลึงลาน ก่อนกล่าวถามอย่างสับสนว่า “เจ้าว่าอะไรนะ?”
ขันทีแก่มองนางอย่างรักใคร่ กล่าวว่า “ยินดีด้วยพ่ะย่ะค่ะ พระสนม”
เวลานี้พระสนมหูจึงได้สติขึ้นมา ใช้สองมือปิดปากตัวเองเอาไว้ ตกตะลึงจนไม่อาจบรรยายได้
ฝ่าบาท…ฝ่าบาท…ทรงอนุญาตให้ตัวนางมีลูกได้แล้ว?
นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
ใครกันที่สามารถเปลี่ยนแปลงความคิดขอ