าก เช่นนั้นรูปปั้นของเทพที่อยู่บนดอกบัวก็ควรจะเล็กยิ่งกว่า แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด มันกลับให้ความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่อย่างมาก จนทำให้เกิดความรู้สึกยำเกรงขึ้นมาในใจ
รูปปั้นเหล่านั้นมีพระพุทธเจ้า มีพระโพธิสัตว์ มีมังกร มีช้าง
ร่างจริงของทวยเทพ สูงใหญ่จนแตะขอบฟ้า
ดวงตาของเทียนจิ้นเหรินหดเล็กน้อง แขนเสื้อโบกสะบัด ปลดปล่อยไอพลังสองสายที่เย็นยะเยือกและลี้ลับมหัศจรรย์
ไอพลังที่แผ่กระจายออกมาจากในเหรียญทองแดงพลันจับตัวกลายเป็นกิ่งไม้ บนกิ่งไม้มีดอกท้อสีชมพูขาวผลิบานอยู่สองสามดอก
กิ่งท้องอกยาวออกไปบนรูปปั้นเทพที่อยู่บนดอกบัว
คล้ายกับเจ้าของบ้านที่ชะโงกหน้าออกไปเพื่อไล่บัณฑิตยากจนที่มาแอบดูทิวทัศน์ในบ้านของตน
ภายใต้เสียงผัวะๆ กิ่งท้อฟาดลงไปแล้วเด้งกลับ กลีบดอกบัวกระจัดกระจาย แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทำอะไรรูปปั้นเหล่านั้นได้แม้เพียงนิดเดียว
เทียนจิ้นเหรินมิได้ลนลาน เขาครุ่นคิดอย่างเงียบๆ “ช่างหัวเทพเจ้าสิ ท้ายที่สุดแล้วก็อยู่ในโลกนี้เหมือนกันนั่นแหละ ข้าไม่มานั่งพูดเรื่องสัจธรรมกับเจ้าหรอก เชิญเจ้าดับสิ้นไปพร้อมกับโลกนี้ซะ”
จากการสัมผัสดูสองสามรอบ เขาก็ได้ทำการคาดการณ์ออกมาแล้วว่าฌานที่ฉานจึทิ้งเอาไว้นี้มีความแข็งแกร่งเพียงใดกันแน่
เขาตัดสินใจว่าจะไม่ออมมืออีก หากแต่จะทำลายข่ายพลังปิดกั้นที่อีกฝ่ายตั้งขึ้นมา
เสียงหวีดหวิวดังขึ้น พลังจิตที่เขาบ่มเพาะอยู่ในสำนักปัญญาชนไป๋ลู่มาเป็นเวลาหลายปีเป็นเหมือนดั่