งมหานที คำรามก้องพุ่งออกไป ดูน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก
ขอบของดอกบัวค่อยๆ แห้งเหี่ยวด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จากนั้นร่วงโรย
รูปปั้นเทพยดาสิ่งศักดิ์ิสิทธิ์เหล่านั้นค่อยๆ ถอยไปข้างหลัง คล้ายกำลังจะหายไปในความมืด
ปัญหาคือ ความมืดมาจากไหน?
มหานทีหยุดค้างอยู่บนท้องฟ้าที่ค่อยๆ มืดลง จากนั้นค่อยๆ เลือนลางลงราวภาพลวงตา
มิใช่ฌานที่ฉานจึทิ้งเอาไว้ทำการโจมตีกลับ
หากแต่เป็นตัวเทียนจิ้นเหรินที่หยุดการโจมตีเอง
เขาดึงสองมือกลับมาอย่างช้าๆ
สีหน้าขาวซีด
ชั่วพริบที่ความคิดเกิดดับ เขาพลันคิดถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้
ดอกบัวสีขาว หญิงสาวที่เต้นระบำ และพระโพธิสัตว์เหล่านั้น…ตนเองมองเห็นได้อย่างไร?
เหตุใด…ตนเองถึงมองเห็นได้?
บนโลกมีเรื่องราวมากมายที่ไม่จำเป็นต้องคิดจนเข้าใจ แค่เพียงคิดถึงมันได้ก็พอ
อย่างเช่นการเกิดและการตาย
เทียนจิ้นเหรินคิดขึ้นมาได้ว่าเหตุใดตนเองจึงมองเห็น แค่นี้ก็พอแล้ว
ดังนั้น เขาจึงมองไม่เห็นอีก
ดอกบัวดอกหนึ่งหายไปในความมืด
นกตัวหนึ่งกลับรัง
พระพุทธรูปเก่าแก่องค์หนึ่งปลีกตัวอยู่อย่างสันโดษ
ทุกสิ่งบนโลก ค่อยๆ สูญเสียความสามารถและแสงสว่างทั้งหมดไป
……
……
ทุกสิ่งล้วนปรุงแต่งขึ้นมา
ดอกบัวขาว หญิงสาวเต้นรำ เทพยดา นกร้อง ต้นท้อและต้นพลัมในฤดูใบไม้ผลิล้วนแต่เป็นสิ่งที่ตนเองคิดขึ้นมา
เทียนจิ้นเหรินคิดถึงคำพูดที่ฉานจึกล่าวก่อนจากไปประโยคนั้น
ทุกสิ่งล้วนอยู่ที่ใจ
รูปปั้นเทพยดาหายไปหมดแล้ว