งจิ่วเข้าไปในกระท่อม แต่ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาถามอะไร แล้วเทียนจิ้นเหรินตอบอย่างไร
ยิ่งไม่มีใครรู้ว่าเมื่อคืนนี้ได้เกิดเรื่องอีกเรื่องหนึ่งขึ้น
จิ๋งจิ่วเข้าไปในวัง ฝ่าบาทเสินหวงพูดคุยกับศิษย์ชิงซานที่ตอนนี้ยังเป็นเพียงศิษย์ธรรมดาผู้นี้อยู่นาน
ช่วงเวลาเช้าตรู่ ในสวนดอกเหมยมีหมอกจางๆ
เทียนจิ้นเหรินทำตัวเรียบง่ายเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นยอดฝีมือของสำนักกระบี่ซีไห่หรือศิษย์ของสำนักปัญญาชนไป๋ลู่ที่คิดจะติดตามเพื่อให้การคุ้มครองปกป้องก็ล้วนแต่ถูกเขาปฏิเสธอย่างไม่สนใจใยดี มีเพียงเด็กติดตามคนหนึ่งที่คอยปรนนิบัติรับใช้ในชีวิตประจำวัน ยิ่งทำแบบนี้ชื่อเสียงของเขาบนโลกนี้ก็จะยิ่งดี ยิ่งได้รับความเคารพนับถือจากผู้คน
เด็กรับใช้ขยี้ดวงตาที่ยังงัวเงีย ออกมาจากกระท่อมเตรียมเด็ดกิ่งเหมยสองสามกิ่งไปปักแจกัน
เจ้าหน้าที่ของกรมชิงเทียนที่เฝ้าอยู่ด้านนอกสวนมาทั้งคืนมองเห็นภาพนี้ จึงมั่นใจว่าเทียนจิ้นเหรินยังมิจากไป จากนั้นรีบส่งข่าวกลับเข้ามาในวัง
ไม่นาน จดหมายฉบับหนึ่งก็ถูกส่งจากในวังไปยังวัดจิ้งเจวี๋ย
จากนั้น จดหมายฉบับหนึ่งก็ถูกส่งจากวัดจิ้งเจวี๋ยมายังสวนดอกเหมยเก่า
ขณะนั้นเอง เด็กรับใช้เพิ่งจะจัดกิ่งเหมยสีแดงที่อยู่ในแจกันเสร็จร้อยร้อย ยังคงหาวออกมาไม่หยุด
เมื่อรับเอาจดหมายฉบับนั้นมา ทันทีที่นิ้วมือของเทียนจิ้นเหรินสัมผัสถูกจดหมาย เขาก็รู้ได้ทันทีว่าเนื้อหาในจดหมายคืออะไร มิใช่เป็นเพราะเขามีการรับรู้ที