่เหนือมนุษย์แต่อย่างใด หากแต่เป็นเพราะความคิดที่อยู่ในจดหมายลอยเข้ามาในใจเขา
จดหมายฉบับนี้ฉานจึเป็นคนเขียนขึ้นมาเพื่อเชิญเขาไปพบที่วัดจิ้งเจวี๋ยในวันนี้
เทียนจิ้นเหรินนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “เตรียมรถไปวัดจิ้งเจวี๋ย”
เด็กรับใช้ตกใจ แล้วก็รู้สึกเป็นกังวล
ผู้ยิ่งใหญ่แห่งสำนักฌานที่มีชื่อเสียงเทียบเคียงกับท่านอาจารย์ผู้นั้นต้องการพบท่านอาจารย์ ไม่แน่อาจจะเพื่อทดสอบซึ่งกันและกันก็เป็นได้
เมื่อคืนท่านอาจารย์เพิ่งจะกระอักเลือดไป ท่านจะไหวหรือเปล่า?
……
……
ฝนหยุดไปนานแล้ว
ฝนตกลงมาทั้งคืน ดินโคลนเฉอะแฉะเหมือนเนย พื้นหินส่องประกายระยิบระยับ เหมือนหยกดำก็มิปาน
กลีบดอกไม้ถูกสายฝนพัดร่วงตกลงมาบนพื้นที่เปียกชื้น ดูคล้ายสีสันที่จิตรกรเพิ่งจะแต่งแต้มลงไป น่าดูยิ่งนัก
เทียนจิ้นเหรินมองไม่เห็นภาพอันงดงามนี้ แต่เขาได้กลิ่นความชื้นที่อยู่ในอากาศ กลิ่นควันที่ลอยออกมาจากในวัดเก่า แล้วก็กลิ่นหอมจางๆ ของกลีบดอกไม้
เขากล่าวว่า “ชมต้นพลัมและต้นท้อในฤดูใบไม้ผลิ น่าจะมีสุราสักจอก”
“ผู้ออกบวชไม่อาจดื่มสุราได้”
ไม่รู้ว่าเสียงดังขึ้นมาจากไหน
วัดจิ้งเจวี๋ยตอนเช้าเงียบสงัด ไม่มีเสียงระฆังตอนเช้า แล้วก็ไม่มีพระเดินไปเดินมา หรือธูปที่กำลังกลายเป็นควันสีขาวเหล่านั้นจะจุดเอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืน?
เด็กรับใช้ที่เดิมคอยพยุงเทียนจิ้นเหรินอยู่ตลอดเวลาผู้นั้น ในเวลานี้ได้หายตัวไปแล้ว ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ใด
แผละ แผละ เสียงฝี