ลู่กั๋วกงเล่าข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับถงเหยียนออกมาอีก
แต่ไหนแต่ไรมาความสัมพันธ์ระหว่างสำนักจงโจวและราชวงศ์ล้วนแต่ใกล้ชิด เขารับผิดชอบคอยดูแลวัดไท่ฉาง ดังนั้นย่อมต้องล่วงรู้ความลับที่คนธรรมดาส่วนใหญ่ไม่รู้
จิ๋งจิ่วฟังเงียบๆ คล้ายจะพอรู้แล้วว่าเหตุใดเด็กคนนั้นจึงมักจะมีท่าทางยโสโอหัง เย็นชา มองไม่เห็นหัวผู้อื่น
เขายื่นมือไปหยิบถ้วยชามาดื่ม ก่อนจะไอออกมาเล็กน้อย
“ท่านเป็นอะไรหรือขอรับ?”
สีหน้าลู่กั๋วกงยิ่งดูเป็นกังวลมากขึ้น
ผู้บำเพ็ญพรตไม่มีทางเป็นหวัด แม้นชาจะหนาวเย็นแค่ไหน ก็ไม่มีทางถูกลมหนาวเล่นงานจนไอขึ้นมาได้
ทั่วทั้งเมืองเจาเกอต่างรู้เรื่องที่เกิดขึ้นนอกสวนดอกเหมยเก่าในวันนี้
เขารู้ว่าตอนนั้นจิ๋งจิ่วก็อยู่ตรงนั้นด้วย เมื่อเห็นจิ๋งจิ่วอยากรู้เรื่องราวของถงเหยียน จึงอดคาดเดาขึ้นมาไม่ได้ หรือจิ๋งจิ่วจะแอบโดนเล่นงานมาโดยไม่รู้ตัว
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้าเจอเทียนจิ้นเหรินที่สวนดอกเหมยเก่า”
ลู่กั๋วกงเองก็ทราบเรื่องนี้ จึงรู้สึกสงสัยขึ้นมา ในใจครุ่นคิด หรือว่าตอนนั้นจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น?
“เขาจะฆ่าข้า”
จิ๋งจิ่วไม่ได้เล่าออกมาว่าเทียนจิ้นเหรินทำอะไร
เศษจิตจำแนกเหล่านั้นแอบเข้ามาในร่างกายของเขา เป็นไปได้ว่าเพื่อแอบดู
แต่วิธีแบบนี้ได้คุกคามถึงการมีอยู่ของเขา หากทำสำเร็จ ความเป็นความตายของเขาก็จะอยู่ในกุมมือของเทียนจิ้นเหริน
เช่นนั้นสำหรับเขาแล้ว นั่นคือเทียนจิ้นเหรินอยากจะฆ่าเขา
ลู่กั๋วกงสีหน้าแป