้าเพียงแค่อยากจะเอาของที่เป็นของข้าคืน ไพ่นกกระจอกชุดนั้นมิได้เล่นมานานแล้ว เจ้าอยากจะเป็นเพื่อนเล่นไพ่คนใหม่ของข้าหรือไม่?”
……
……
เมืองเจาเกอมีฝนตกปรอยๆ อีกครั้ง เปาะแปะๆ ตะไคร่น้ำสีเขียว ชายหลังคาเปียกชื้น
เมื่อกลับมาถึงในบ้าน จิ๋งจิ่วเดินตามระเบียงทางเดินเข้าไป เตรียมจะกลับไปยังห้องของตนเอง ครั้นเห็น ‘พี่ชาย’ ของตัวเองอยู่ในโถงด้านนอก จึงหยุดฝีเท้าแล้วถามว่า “พวกเจ้าเล่นไพ่นกกระจอกเป็นไหม?”
พี่ใหญ่ของตระกูลจิ๋งรีบตอบกลับมา “เล่นบางครั้ง แต่น้อยมาก….ท่าน…เจ้าอยากเล่นหรือ?”
“แค่ถามดู” จิ๋งจิ่วคิดถึงเรื่องที่พูดไปเมื่อครั้งที่แล้ว จึงถามว่า “ไปพนันรายการหมากล้อมมาแล้ว?”
พี่ใหญ่ตระกูลจิ๋งเข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร จึงพยักหน้าอย่างงุนงง
จิ๋งจิ่วนิ่งเงียบไปครู่ จู่ๆ พลันกล่าวว่า “ขอคืนได้ไหม?”
สีหน้าของพี่ใหญ่ตระกูลจิ๋งเปลี่ยนเป็นวิตกขึ้นมา กล่าวว่า “เหมือนจะ…ไม่ได้”
“อย่างนั้นเหรอ…แล้วในบ้านมีหนังสือที่เกี่ยวกับหมากล้อมหรือเปล่า? คืนนี้ข้าอยากจะดูหน่อย”
ครั้นได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าของพี่ใหญ่ตระกูลจิ๋งดูยินดีขึ้นมา เขากล่าวเสียงสั่นเครือว่า “ข้าจะลองไปหาดู”
……
……
หลังฟังเสียงฝนอยู่ครู่หนึ่ง ดื่มชาไปชามเขียวหนึ่ง จิ๋งจิ่วก็หาหมากล้อมมาได้ชุดหนึ่ง จากนั้นเริ่มวางหมาก
ตัวหมากทยอยวางลงไปบนกระดาน ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งหรือว่าลำดับก็ล้วนแต่เหมือนกับหมากที่อยู่ด้านนอกสวนดอกเหมยกระดานนั้น
จิ๋งจิ่วครุ