่นคิดเงียบๆ แล้วเริ่มวางหมากใหม่ ครั้งนี้เขายังคงถือหมากดำ เดินด้วยตัวเอง
ผ่านไปไม่นาน หมากกระดานนี้ก็จบลง โอกาสชนะแพ้ในท้ายที่สุดอยู่ที่ครึ่งๆ
หากเขาเริ่มเล่นตั้งแต่แรก สถานการณ์บนกระดานน่าจะดีกว่ามหาบัณฑิตกัวอยู่หน่อย แต่ก็ยังค่อนข้างเหนื่อยอยู่
ไม่รู้ว่าฝนในคืนฤดูใบไม้ผลินำพาอากาศหนาวเย็นมา หรือว่าความเหนื่อยล้าส่งผลต่ออาการบาดเจ็บ จิ๋งจิ่วไอขึ้นมาเล็กน้อย
ลู่กั๋วกงเดินออกมาจากในอุโมงค์พอดี ครั้นได้ยินเสียงไอของเขา สีหน้าจึงแปรเปลี่ยนทันที พลางกล่าวอย่างเป็นห่วงว่า “อาจารย์เซียนเป็นอะไรหรือเปล่าขอรับ?”
จิ๋งจิ่วมิได้สนใจ หากแต่ถามไปว่า “ถงเหยียนเป็นคนอย่างไร?”
ความจริงแล้วเขามิได้สนใจคำถามนี้ ถึงแม้เพิ่งจะเจอกันตรงด้านนอกสวนเหมยเก่า แล้วก็ได้เห็นฝีมืออันสูงส่งทางด้านวิถีหมากล้อมของเขา
ถ้าแพ้ในงานชุมนุมเหมยฮุ่ยจะทำอย่างไร? แพ้ก็แพ้สิ จะให้ทำยังไง? ถ้าเป็นจิ๋งจิ่วเมื่อหลายร้อยปีก่อนย่อมต้องคิดเช่นนี้อย่างแน่นอน
ถึงแม้จะเป็นเขา ก็ไม่สามารถเป็นหนึ่งในใต้หล้าในทุกๆ เรื่องได้
แต่ตอนนี้เพื่อเสี่ยวล่าเยวี่ย แล้วก็…ความมั่งคั่งของตระกูลจิ๋ง เขาเหมือนจะต้องเอาชนะให้ได้เสียแล้ว เช่นนั้นก็ย่อมต้องจริงจังหน่อย
คำตอบของลู่กั๋วกงทั้งรวดเร็วและชาญฉลาด
เขามิได้พูดถึงบ้านเกิด สภาวะ งานอดิเรกของถงเหยียน หากแต่พูดถึงข้อมูลเรื่องหนึ่งที่ฟังแล้วน่าเบื่อเป็นอย่างมาก
ตามปกติแล้ว ข้อมูลแบบนี้จะมีเพียงหญิ